สิงห์รอดตัว! “อาซาร์” เหมาเบิ้ลไล่ตีเจ๊าหมาป่ากรุงโรมสุดมัน 3-3

”สิงห์บลูส์” หวิดต้องพ่ายคา สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสียแล้วหลังนำไปก่อน 2-0 แท้ๆ แต่โดนทีเด็ดของ “หมาป่ากรุงโรม” ยิงสามเม็ดรวดแซงนำท้ายสุดจะเป็น เอแด็น อาซาร์ ที่เกมนี้เหมาสองประตูโขกตีเสมอ 3-3 จบด้วยการแบ่งแต้มกันไป เชลซี ยังนำจ่าฝูงของกลุ่ม ซี ด้วยการยังไม่แพ้ใคร ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม ซี เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

”สิงห์บลูส์” เชลซี ฟอร์มย่ำแย่แพ้ในลีกมา 2 นัดติด เกมนี้ไม่มี วิคเตอร์ โมเสส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ที่เจ็บทั้งหมด แนวรุกนำมาโดย เอแด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ที่ฟิตกลับมาลงเป็นตัวจริง

”หมาป่า” โรม่า นัดนี้ไม่มี คอสตาส มาโนลาส กองหลังตัวหลักที่เจ็บต้นขามาจากเกมล่าสุด รวมไปถึง ปาทริค ชิค ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว แนวรุกนำมาโดย ดีเอโก้ เปร็อตติ และ เอดิน เชโก้ หอกตัวเก่ง

ครึ่งแรกเริ่มมา 5 นาที เจ้าถิ่นทักทายก่อนเลย เอแด็น อาซาร์ จ่ายให้ อัลบาโร่ โมราต้า แปด้วยขวาบอลไปตรงตัว อลิสซอน

 

 

สิงห์รอดตัว! “อาซาร์” เหมาเบิ้ลไล่ตีเจ๊าหมาป่ากรุงโรมสุดมัน 3-3
ขยับมานาที 11 เชลซี ออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ ฮวน เฮซุส สกัดบอลไม่ดีไปเข้าทาง ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาปั่นด้วยขวาบอลเสียบเสาอย่างสวยงาม

ต่อมานาที 21 “สิงห์บลูส์” เกือบได้เพิ่ม ฮวน เฮซุส สกัดบอลไม่ดีไปเข้าทาง เอแด็น อาซาร์ กระชากไปซัดด้วยขวาเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว

เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงเศษ โรม่า เกือบตีเสมอได้ สตรอทมัน ไหลบอลแฉลบมาถึง รัดย่า นาอิงโกลัน วิ่งมาแปมุมแคบติดเซฟ กูร์กตัวส์ หวุดหวิด

ขยับมานาที 37 เชลซี หนีเป็น 2-0 อัลบาโร่ โมราต้า ยิงจังหวะแรกบอลไปแฉลบกองหลังทีมเยือนไปเข้าทาง เอแด็น อาซาร์ แปเข้าไปไม่เหลือ

สิงห์รอดตัว! “อาซาร์” เหมาเบิ้ลไล่ตีเจ๊าหมาป่ากรุงโรมสุดมัน 3-3
แต่ท้ายครึ่งแรกนาที 40 โรม่า ไล่มาเป็น 2-1 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ยิงด้วยซ้ายบอลไปแฉลบ คริสเตียนเซ่น เล็กน้อยเข้าประตูไปและจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังผ่านมานาที 48 เชลซี ลุ้นก่อนเลย ดาวิด ลุยซ์ อัดด้วยซ้ายโด่งข้ามคานไปไกล อีกสองนาทีต่อมา เควิน สตรอทมัน ยิงแฉลบออกหลังไป

ต่อมานาที 61 “สิงห์บลูส์’ ยังลุยต่อ เปโดร โรดริเกซ ที่ลงมาเป็นสำรองไหลมาให้ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ส่องไกลเหินข้ามคานไป

สิงห์รอดตัว! “อาซาร์” เหมาเบิ้ลไล่ตีเจ๊าหมาป่ากรุงโรมสุดมัน 3-3
อีกสามนาทีต่อมา โรม่า ตามตีเสมอ 2-2 เฟเดริโก้ ฟาซิโอ วางบอลไปให้ เอดิน เชโก้ ฮาร์ฟวอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่จับเสียบตาข่ายงามหยด

ขยับมานาที 70 โรม่า แซงนำ 3-2 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ เปิดฟรีคิกเข้าไปให้ เอดิน เชโก้ โหม่งเข้าไปไม่เหลือและเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้

สิงห์รอดตัว! “อาซาร์” เหมาเบิ้ลไล่ตีเจ๊าหมาป่ากรุงโรมสุดมัน 3-3
ท้ายเกมนาที 75 เจ้าถิ่นตามตีเสมอเป็น 3-3 เปโดร เปิดเข้าไปให้ เอแด็น อาซาร์ โขกเสียบมุมเข้าไปและเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ด้วย หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม เชลซี เปิดบ้านเสมอ โรม่า สุดมัน 3-3

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, แกรี่ เคฮิลล์ – ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, เชส ฟาเบรกาส, ดาวิด ลุยซ์, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอแด็น อาซาร์, อัลบาโร่ โมราต้า

สำรอง : วิลลี่ กาบาเยโร่, เคเนดี้, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ไคล์ สกอตต์, วิลเลี่ยน, เปโดร โรดริเกซ, มิชี่ บาตชูอายี่

โรม่า : อลิสซอน – บรูโน่ เปเรส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, ฮวน เชซุส, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ – รัดย่า นาอิงโกลัน, มักซิม โกนาลงส์, เควิน สตรอทมัน – เกอร์สัน, เอดิน เชโก้, ดีเอโก้ เปร็อตติ

สำรอง : ลูคัส สโกรุปสกี้, เอ็กตอร์ โมเรโน่, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, เจนกิส อุนแดร์, สเตฟาน เอล ชาราวี

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

Advertisements

ชุดขาวเต็มสูบ-ข่ม! “โด้” พร้อมกระชากซัด,ไก่สู้ไม่ถอย! “เคน” ลงจิก

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้องลงปิดสกอร์ เกมรับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แม้สถิติเคยพบกันก่อนหน้าเป็นรองแต่จะขอสู้โดย แฮร์รี่ เคน พร้อมลงล่าต่าข่าย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช) คืนวันอังคารที่ 17 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : บีอิน สปอร์ตส์ 1 (676), เวลา : 01.45 น.

สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ ”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์เก่า พาทีมออกสตาร์ตรอบแบ่งกลุ่มได้ตามมาตรฐาน หลังถล่มอาโปเอล นิโคเซีย 3-0 ในนัดแรก ก่อนอัดดอร์ทมุนด์ 3-1 ในนัด 2 ส่วนผลงานล่าสุดเบียดชนะเคตาเฟ่ 2-1 ในเกมลีก เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ ”ซิซู” มีข่าวดีเล็กน้อย เมื่อ เกย์ลอร์ นาวาส ประตูมือ 1 ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ารบกวนจนพลาดเกมล่าสุด กลับมาซ้อมได้และมีลุ้นคืนเสา ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะเป็นโอกาสของ กิโก้ กาซีย่า ต่อไป

แต่ในรายของ แกเร็ธ เบล (น่อง) และ มาเตโอ โควาซิช (เข่า) ยังชวดเหมือนเดิม รวมไปถึง ดาเนี่ยล กาบาร์ฆาล ซึ่งมีปัญหาที่หัวใจด้วย

ส่วน ราฟาแอล วาราน, ลูก้า โมดริช และ อีสโก้ ที่ได้พักในเกมล่าสุด ก็พร้อมคัมแบ็กตามปกติ ขณะที่แกนหลักประจำทีมรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ รามอส, กาเซมิโร่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

ขณะที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เทรนเนอร์สเปอร์ส พาทีมออกสตาร์ตรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการถล่มดอร์ทมุนด์ 3-1 ในนัดแรก ก่อนอัดอาโปเอล นิโคเซีย 3-0 ในนัด 2 ส่วนผลงานล่าสุดเบียดชนะบอร์นมัธ 1-0 ในเกมลีก เป็นการคว้าชัย 5 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ ”พอช” ยังไม่มี เดเล่ อัลลี่ ที่เหลือโทษแบนอีก 1 นัด แต่ก็ได้ แยน แฟร์ต็องเก้น พ้นโทษแบนกลับมา รวมไปถึง มูซ่า เดมเบเล่ ที่หายเจ็บข้อเท้าแล้ว

ส่วน เบน เดวิส ที่ป่วยจนพลาดเกมล่าสุด ยังต้องรอทดสอบความฟิต แต่โอกาสชวดสูง ขณะที่ แดนนี่ โรส (เข่า) กับ เอริค ลาเมล่า (สะโพก) แม้จะกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาในการเรียกความฟิตอีกสักพัก เท่ากับขาดแค่ วิคเตอร์ วานยาม่า (เข่า) ที่ยังชวด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง
เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : เกย์ลอร์ นาวาส (กิโก้ กาซีย่า) – อาชราฟ อาคิมี่, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ – คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า
เทรนเนอร์ : ซีเนดีน ซีดาน

สเปอร์ส (3-4-2-1) : อูโก้ โยริส – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์ – แซร์ช โอริเย่ร์, มูซ่า เดมเบเล่, มุสซ่า ซิสโซโก้, แยน แฟร์ต็องเก้น – คริสเตียน เอริคเซ่น, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน
ผู้จัดการทีม : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

ผู้ตัดสิน : ซีมอน มาร์ซิเนี้ยค (โปแลนด์)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– สเปอร์สเคยเจอกับเรอัล มาดริดในแชมเปี้ยนส์ ลีก มาหนหนึ่งตอนซีซั่น 2010/11 จบลงด้วยชัยชนะของราชัน 4-0 ที่บ้าน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก และก็บุกชนะนัดสองที่ไวท์ ฮาร์ท เลนได้ด้วย
– ขณะเดียวกันก็เคยเจอกันในยูฟ่า คัพ ปี 1984/85 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก โดย สตีฟ เพอร์รีย์แมน ทำเข้าประตูตัวเองที่ลอนดอน และสุดท้ายมาดริดก็ชนะไปก่อนจะไปเป็นแชมป์หนแรก
– มาดริด แชมป์เก่าไม่แพ้ที่บ้านในแชมเปี้ยนส์ ลีก นับแต่แพ้มิลาน 2-3 เมื่อ 21 ตุลาคม 2009 โดยสถิติในบ้านของพวกเขานับจากนั้นคือ ชนะ 21 เสมอ 2 (กับดอร์ทมุนด์) ซึ่งถือเป็นทีมเดียวที่หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ที่เบร์นาเบวได้
– มาดริดแพ้เพียงแค่ครั้งเดียวจาก 21 เกมหลังสุดในยุโรป นั่นคือ 1-2 ต่อแอตเลติโก มาดริด รอบรองชนะเลิศ นัดสองปีก่อน แต่สุดท้ายก็เข้าชิงด้วยประตูรวม 4-2 เป็นการชนะ 15 เสมอ 5
– นี่ถือเป็นครั้งที่สองที่เจอกับทีมจากพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของมาดริด หลังเคยชนะปีศาจแดงในยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่สค็อปเย่ มาเมื่อ 8 สิงหาคม
– มาดริด สถิติในบ้านเจอกับทีมจากอังกฤษคือ ชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 2
– ในรอบ 21 หนที่เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก มาดริดไม่เคยพลาดสำหรับการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
– นี่คือเกมแรกของสเปอร์สในการเจอกับทีมจากสเปน นอกเหนือจากตอนเจอมาดริดปี 2011 ก็คือเกมแพ้ 1-2 ที่บ้านต่อเคตาเฟ่ ในยูฟ่า คัพ รอบแบ่งกลุ่มปี 2007/08
– สเปอร์สชนะแค่ 3 จาก 12 เกมเยือนยุโรปหลังสุด (เสมอ 3 แพ้ 6)

ฟ้า-ขาวหลังพิงฝา!เมสซี่นำยิงเอกวาดอร์ชี้ชะตาบอลโลก

“ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการอดไปบอลโลก 2018 เกมนี้ดาวดังอยู่ครบ แม้ไร้ “กุน อเกวโร่” แต่ “ลีโอเนล เมสซี่” ที่จริงจังพาทีมบุกถิ่น เอกวาดอร์ เก็บสามแต้มสำคัญเพื่อโอกาสไปเวิลด์คัพรอบสุดท้ายให้จงได้ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เช้าวันพุธที่ 11 ต.ค. เวลา : 06.30 น. (เวลาไทย)

ปรีวิวฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
เอกวาดอร์ (8) – อาร์เจนติน่า (6)

สนาม: เอสตาดิโอ โอลิมปิโก้ อตาฮวลปา, (กีโต้, เอกวาดอร์)

“ลา ตริ” ทีมชาติเอกวาดอร์ เพิ่งบุกไปเสียท่าให้กับ ชิลี มาหวุดหวิด 1-2 ในเกมล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ปราชัยมา 5 นัดติดต่อกันในรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ และ 6 จาก 7 เกมหลังสุด จนหล่นมาอยู่อันดับ 8 ของตารางคะแนน มีแค่ 20 แต้ม กระเด็นตกรอบไปแล้ว

ฮอร์เก้ เซลิโก้ กุนซือวัย 53 ปี ชาวอาร์เจนไตน์ ที่เข้ามารักษาการณ์คุมทีมแทน กุสตาโว่ กวินเตโรส เมื่อกลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ต้องขาด มาร์กอส ไคเซโด้ กองกลางจากสโมสรบาร์เซโลน่า กวายากิล ทีมในลีกเอกวาดอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ ขอถอนตัวออกไป

ส่วน เฟลีเป้ ไคเซโด้ กองหน้าตัวเก่งวัย 29 ปี จากสโมสรลาซิโอ ประกาศอำลาการเล่นทีมชาติไปแล้ว รวมทั้งไม่ได้เรียกตัว ฮวน คาร์ลอส ปาเรเดส, ไฮเม่ อโยวี่ และ มีเยร์ โบลานโญส มาติดทีมชุดนี้ แต่เรียกผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาติดธงถึง 6 ราย

สภาพทีมเกมนี้ต้องขาด อันโตนิโอ วาเลนเซีย กัปตันทีมที่ติดโทษแบนจากการได้ใบเหลืองสะสมครบตามโควตาพอดี รวมไปถึง มิเชล อาร์โรโย่ กองกลางตัวรุกที่โดนใบแดงไล่ออกในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 ของเกมพ่าย ชิลี ต้องติดโทษแบน

สำหรับแดนกลางวาง อเล็กซ์ อีบาร์ร่า, เจฟเฟร์ซอน อินตรีอาโก้, เจฟเฟร์ซอน โอเรอวยล่า และ อายร์ตอน เปรเซียโด้ ลงทำเกม

คู่หน้ามี เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ดาวยิงวัย 27 ปี จากสโมสรติเกรส ลงล่าตาข่ายร่วมกับ โรเบร์โต้ ออร์โดเญซ

 

ส่วนทีมชาติอาร์เจนติน่า ผลงานกระท่อนกระแท่นในศึกเวิลด์ คัพ 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ทำได้แค่เพียงเปิดสนามลา บอมโบเนร่า เสมอกับ เปรู แบบโนสกอร์ 0-0 ทำให้เสมอมาสามนัดติดแล้ว และ 4 เกมหลังสุดไม่ชนะใครเลย มีแค่ 25 คะแนนเท่ากับ เปรู ทีมอันดับ 5 และประตูได้เสียก็เท่ากัน แต่ประตูได้ของฟ้าขาวเป็นรอง เลยรั้งแค่อันดับ 6 ของตารางเท่านั้นเอง

ฮอร์เก้ ซามปาโอลี เทรนเนอร์ของอาร์เจนติน่า ไม่ได้เรียกตัว กอนซาโล่ อิกวาอีน ศูนย์หน้าวัย 29 ปี ของยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา. อิตาลี ซีซั่นก่อน รวมไปถึง มาร์กอส โรโฮ และ รามีโร่ ฟูเนส โมรี ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่

ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” กองหน้าจากสโมสรแมนฯซิตี้ มีอาการบาดเจ็บซี่โครงหัก หลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อัมสเตอร์ดัม เมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา

ในรายของ “เอล กุน” โดยสารแท็กซี่เพื่อจะไปสนามบินในอัมสเตอร์ดัม หลังจากไปชมคอนเสิร์ตของ มาลูม่า นักร้องชาวโคลอมเบีย แต่คนขับแท็กซี่เสียการควบคุมตัวรถ จนพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างหน้า คาดว่าเจ้าตัวต้องพักยาว 6 สัปดาห์ เลยทีเดียว

ความพร้อมล่าสุดต้องขาด เฟร์นานโด กาโก้ กองกลางตัวรับวัย 31 ปี ที่โชคร้ายบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขวา ในเกมเสมอ เปรู ซึ่งเขาเปลี่ยนลงมาเป็นสำรองอยู่ในสนามแค่ 6 นาที ก็ต้องเปลี่ยนออก ซึ่งผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์ ปรากฎว่า เขาต้องพักแข้งนาน 6 เดือนเลยทีเดียว

ซามปาโอลี ทำการเรียกตัวสองผู้เล่นหน้าใหม่อย่างเคร์มาน เปซเซย่า กองหลังของฟิออเรนติน่า กับ ปาโบล เปเรซ กองกลางของโบคา จูเนียร์ส เข้ามาติดธงเป็นครั้งแรก

แผงหลังวาง กาเบรียล เมร์กาโด้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, นิโคลัส โอตาเมนดี้ และ มาร์กอส อคุณญ่า ลงประจำการ

แผงกลางให้ ลูคัส บิเกลีย ตัดเกมร่วมกับ เอ็นโซ เปเรซ เปิดทางให้ เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ลีโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม) และ อังเคล ดิ มาเรีย ปั้นเกมรุกสนับสนุน ดารีโอ เบเนเด็ตโต้ หัวหอกร่างใหญ่วัย 27 ปี ของโบคา จูเนียร์ส เข้าถล่มตาข่าย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม
เอกวาดอร์: มาซีโม่ บานเกร่า – เปโดร เบลาสโก้, ดาริโอ ไอมาร์, โรเบิร์ต อาร์โบเลด้า, คริสเตียน รามีเรซ – อเล็กซ์ อีบาร์ร่า, เจฟเฟร์ซอน อินตรีอาโก้, เจฟเฟร์ซอน โอเรอวยล่า, อายร์ตอน เปรเซียโด้ – เอ็นเนร์ วาเลนเซีย (การ์ลอส การ์เซส), โรเบร์โต้ ออร์โดเญซ

อาร์เจนติน่า: เซร์คิโอ โรเมโร่ – กาเบรียล เมร์กาโด้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, นิโคลัส โอตาเมนดี้, มาร์กอส อคุณญ่า – ลูคัส บิเกลีย, เอ็นโซ เปเรซ – เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ลีโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม), อังเคล ดิ มาเรีย – ดารีโอ เบเนเด็ตโต้

ผู้ตัดสิน: อันแดร์ซอน ดารอนโก้ (บราซิล)

ชานซัดเปิดซิงทีมชาติ!เบียร์ยำอาเซอร์ไบจาน5-1จดสถิติเฮรวด10นัด

เอ็มเร่ ชาน ยิงประตูแรกของตัวเองในนามทีมชาติพา “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน เปิดรังไล่ถล่ม อาเซอร์ไบจาน 5-1 คว้าแชมป์กลุ่มที่สถิติชนะ 10 นัดรวด ในศึกฟุตบอลโลก 2018 (รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม ซี) เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา

สนาม : ฟลิตซ์ วอเตอร์ สตาดิโอน

”อินทรีเหล็ก” ตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ได้แล้วเกมนี้ไม่มีตัวหลักหลายคนทั้ง เมซุต โอซิล, มาริโอ เกิทเซ่, ซามี่ เคดิร่า และ โทนี่ โครส เจ็บทั้งหมด แนวรุกนำมาโดย โธมัส มุลเลอร์ และ ซานโดร ว้ากเนอร์

ด้านอาเซอร์ไบจานภายใต้การคุมทีมของ โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้ ตกรอบแน่นอนแล้ว สภาพทีมไม่มีปัญหาเพิ่มเติม หน้าเป้าวาง รามิล เซย์ดาเยฟ ล่าตาข่าย

ครึ่งแรกเริ่มมา 8 นาที เยอรมัน ออกนำ 1-0 จากจังหวะที่กองหลังทีมเยือนสกัดมาเข้าทาง เลออน โกเร็ตซ์ก้า ตอกส้นเข้าไป

ต่อมานาที 22 เจ้าถิ่นต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลังจาก นิคลาส ซือเล่ เจ็บแล้วเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ลงมาแทน

ขยับมานาที 31 เยอรมัน น่าได้ลูกสอง โธมัส มุลเลอร์ เปิดเข้ากลางให้ ซานโดร ว้ากเนอร์ ชาร์จจ่อๆติดเซฟก่อนบอลไปชนเสาพลาดไปอย่างน่าเสียดาย

อีกสามนาทีต่อมา อาเซอร์ไบจาน ตีเสมอ 1-1 อย่างเหลือเชื่อจากจังหวะสวนกลับและเป็น รามิล เซย์ดาเยฟ โยกหลอกก่อนยิงยัดมุมแคบเข้าไป นาทีถัดมาเจ้าถิ่นต้องเปลี่ยนตัวคนที่สองหลังจาก มุสตาฟี่ เจ็บทำให้ต้องส่ง มัทธีอัส กินเทอร์ ลงมาแทน

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก “อินทรีเหล็ก” น่าจะได้ประตูที่สอง ลีรอย ซาเน่ ได้กดด้วยซ้ายโล่งๆหลุดกรอบอย่างไม่น่าเชื่อ จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 1-1

ครึ่งหลังผ่านมานาที 54 เยอรมัน ออกนำ 2-1 ยูเลี่ยน บรันด์ท เปิดไปให้ ซานโดร ว้ากเนอร์ โหม่งบอลลอยข้ามเส้นไปแล้ว

ต่อมานาที 64 เยอรมัน หนีเป็น 3-1 โยชัว คิมมิช เปิดเข้ามาให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กองหลังจากเชลซีโขกเข้าประตูไป

อีกสองนาทีต่อมา “อินทรีเหล็ก” ทิ้งเป็น 4-1 ลีรอย ซาเน่ ตบเข้ากลางให้ เลออน โกเร็ตซ์ก้า วิ่งมาแปเข้าไปไม่เหลือและเป็นลูกที่สองของเขาด้วย

ท้ายเกมนาที 81 เจ้าถิ่นมาได้ประตูปิดกล่อง 5-1 เอ็มเร่ ชาน ส่องไกลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม เยอรมัน เปิดบ้านถล่ม อาเซอร์ไบจาน 5-1 ทำให้พวกเขาผลงานสุดหรูชนะในรอบคัดเลือก 10 นัดรวด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เยอรมัน : แบรนด์ เลโน่ – โยชัว คิมมิช, ชโคดราน มุสตาฟี่, นิคลาส ซือเล่ – ลาร์ส ชตินเดิ้ล, ยูเลี่ยน บรันด์ท, เอ็มเร่ ชาน, ลีรอย ซาเน่, เลออน โกเร็ตซ์ก้า – โธมัส มุลเลอร์ – ซานโดร ว้ากเนอร์

อาเซอร์ไบจาน : คามราน อกาเยฟ – มาโกเมด เมียร์ซาเบคอฟ, บาดาวี่ ฮูเซย์นอฟ, รุสลัน อบิซอฟ, ทามคิน ซาลิลซาเด้ – อัฟราน อิซไมลอฟ, ราฮิด โอเมียร์กูลิเยฟ, การา การาเยฟ, ริชาร์ด อัลเมยด้า, ยาวิด ฮูเซย์นอฟ – รามิล เซย์ดาเยฟ

ผู้ตัดสิน : อันดริส เตรย์มานิส (ลัตเวีย)

ห้ามพลาด!เปแอสเชฟัดเสือใต้จัดเนย์มาร์วัดคมเลวานฯ

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ ไม่แพ้ 9 เกมติดกันรวมทุกรายการ โดยความพร้อมทีมได้ เนย์มาร์ กัปตันทีมชาติบราซิลหายเจ็บกลับมานำทัพแนวรุกอีกครั้ง ต้อนรับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่ คาร์โล อันเชลอตติ ต้องขาดตัวหลักหลายราย เตรียมส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นตัวทีเด็ด ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี คืนวันพุธที่ 27 ก.ย. นี้ เวลา 01.45 น. : บีอิน สปอร์ตส์ 3 ยิงสด

สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ (ปารีส, ฝรั่งเศส)

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อฤดูกาลที่แล้วและจ่าฝูงลีก เอิงเวลานี้ จะเปิดปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ กรุงปารีส ปะทะบาเยิร์น มิวนิค ทีมอันดับ 3 บุนเดสลีกา เยอรมัน ในบิ๊กแมตช์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 กลุ่ม บี

สำหรับผลงานรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกของทั้งสองทีม เปแอสเชบุกไปถล่มเซลติก แชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพของสกอตแลนด์ ถึง 5-0 ที่เซลติก พาร์ค เมื่อคืนวันอังคารที่ 12 กันยายน และวันเดียวกัน บาเยิร์นเปิดฟุตบอล อารีน่า มึนเช่น กรุงมิวนิคต้อนอันเดอร์เลชท์ 3-0

สถานการณ์ในกลุ่ม บี ตอนนี้เปแอสเชนำจ่าฝูง เก็บ 3 คะแนนแรก ตามด้วยบาเยิร์น 3 คะแนน ส่วนอันเดอร์เลชท์ รองบ๊วย กับ เซลติก ทีมบ๊วย ไม่มีแต้ม

อูไน เอเมรี่ เทรนเนอร์ชาวสเปนของเปแอสเชวัย 45 ปี นำทีมไม่แพ้ 9 เกมติดต่อกัน แต่ผลงานล่าสุดทีมพลิกล็อกเสมอนัดเยือนมงต์เปลลิเย่ร์ 0-0 ในลีก เอิง นัดที่ 7 เมื่อคืนวันเสาร์ 23 กันยายน ทำให้ถูกหยุดสถิติความร้อนแรงไว้ที่ชนะ 6 นัดแรกติดต่อกันในลีก เอิง ซึ่งไม่เคยมีทีมใดในฝรั่งเศสทำสถิตินี้ได้เท่าพวกเขา

เอเมรี่ได้ เนย์มาร์ กองหน้ากัปตันทีมชาติบราซิลหายเจ็บที่เท้าจะกลับมานำทัพแนวรุกตามเดิม

ขณะที่ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินาหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายกลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว ทีมยังขาด ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ปีกทีมชาติอาร์เจนตินาบาดเจ็บที่น่อง

ศึกใหญ่นัดนี้เปแอสเชได้ ดาเนียล อัลเวส แบ็กขวาบราซิลกลับมาลงตัวจริง หลังจากได้พักด้วยการเป็นตัวสำรองที่ลงสนามในนัดล่าสุด เช่นเดียวกับ เลย์แว็ง คูร์กซาว่า แบ็กซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสกลับมาลงเล่นหลังจากได้พักในเกมเสมอมงต์เปลลิเย่ร์

คาร์โล อันเชลอตติ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนของบาเยิร์นวัย 58 ปี นำทีมลงสนามล่าสุดเปิดบ้านเสมอโวล์ฟสบวร์ก 2-2 ในบุนเดสลีกา นัดที่ 6 เมื่อคืนวันศุกร์ 22 กันยายน ซึ่งทีมไม่แพ้ 4 เกมหลังสุด

และเกมล่าสุดบาเยิร์นต้องเสียจอมทัพคนสำคัญ อาร์เยน ร็อบเบน มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติฮอลแลนด์บาดเจ็บข้อเท้าหมดสิทธิ์ช่วยทีมในนัดนี้

อีกทั้งทีมยังมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนไม่ว่าจะเป็น มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูตัวหลักกัปตันทีมบาดเจ็บที่กระดูกเท้าซ้ายแตก พักนานจนถึงเดือนมกราคม 2018, ฆวน เบร์นาต มิดฟิลด์สเปนบาดเจ็บหัวเข่า

อย่างไรก็ตามทีมได้ ดาวิด อลาบา สตาร์ออสเตรียหายเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีก, ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางหายเจ็บ

ในรายของ อาร์ตูโร่ วีดาล ดาวเตะชิลีพ้นโทษแบน 1 นัดในแชมเปี้ยนส์ ลีกกลับมา

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : อัลฟงส์ อาเรโอล่า – ดาเนียล อัลเวส, มาร์กินญอส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), เลย์แว็ง คูร์กซาว่า – มาร์โก แวร์รัตติ, ติอาโก้ ม็อตต้า, อาเดรียง ราบิโอต์ – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, เอดินสัน คาวานี่, เนย์มาร์

บาเยิร์น มิวนิค : สเวน อูลไรช์ – โยชัว คิมมิช, นิคลาส ซือเล่, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ (กัปตันทีม), ราฟินญ่า – โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, อาร์ตูโร่ วีดาล – ฮาเมส โรดริเกซ, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟร้องค์ ริเบรี่ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาออซ (สเปน)

ข้อมูลน่าสนใจก่อนเกม

* เปแอสเชเพิ่งทำสถิติชนะในเกมเยือนยุโรปมากที่สุดเทียบเท่ากับที่เคยทำได้หลังคว่ำเซลติกถึงรัง 5-0 ในนัดแรก ส่วนเสือใต้เก็บอันเดอร์เลชท์มา 3-0 ที่มิวนิค โดยทั้งสองทีมเจอกันก่อนหน้านี้ 6 ครั้ง เป็นแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทั้งหมด เปแอสเชชนะ 4 แพ้ 2 ยิงได้ 8 เสีย 8 โดย 4 หนหลังเจ้าบ้านจะเป็นผู้ชนะ

* เปแอสเชเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศมาแล้ว 4 ฤดูกาลติดนับแต่ปี 2013-2016

* ทีมจอมทุ่มจากฝรั่งเศสแพ้แค่ครั้งเดียวจาก 43 เกมหลังยุโรปในบ้านนับแต่แพ้ต่อฮาโปเอล เทลอาวีฟ 2-4 เมื่อฤดูกาล 2006/07 ศึกยูฟ่า คัพ รอบแบ่งกลุ่ม (ชนะ 27, เสมอ 15) ส่วนปีก่อนเกมที่เล่นในรังนั้นได้ 5 แต้ม (ชนะ 1, เสมอ 2)

* ครั้งสุดท้ายที่เปแอสเชเจอกับทีมจากเยอรมัน คือปี 2014 รอบ 16 ทีม อัด เลเวอร์คูเซ่น ถึงรัง 4-1 และเข้ารอบด้วยสกอร์ 6-1 ทำให้สถิติของพวกเขาไม่เคยแพ้ต่อทีมจากเยอรมันในบ้านตัวเอง (ชนะ 5, เสมอ 1)

* บาเยิร์นไม่เคยเจอกับทีมจากฝรั่งเศสอีกเลยนับแต่ปี 2013 ที่ชนะลีลล์ 1-0 ก่อนกลับไปถล่มที่บ้าน 6-1

* เสือใต้ชนะแค่ 2 จาก 8 เกมเยือนยุโรปหลังสุดและแพ้ถึง 4 เกม

เกือบไป!เปแอสเชต้องขายแข้งเพื่อสิทธิ์แข่งชปล.

เอล ปาอิส สื่อของสเปน ตีข่าว ยูเอฟ่า เคยสั่งให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รีบขายนักเตะเพื่อให้ทีมมีงบบัญชีสมดุล ไม่อย่างนั้น “เปแอสเช” จะถูกตัดสิทธิ์จากการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยสาเหตุการละเมิดกฎควบคุมการเงิน ซึ่ง ปารีสฯ ก็ประกาศขายนักเตะถึง 8 คน ก่อนที่จะรอดตายมาได้จากการปล่อย แบลส มาตุยดี้ กับ แซร์ช ออริเย่ร์

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส เคยถูกสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูเอฟ่า) สั่งให้ขายนักเตะออกจากทีม ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็เสี่ยงที่จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่ง ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามรายงานของ เอล ปาอิส สื่อของประเทศสเปน

ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “เปแอสเช” สร้างความฮือฮาด้วยการทุ่มเงินก้อนโตถึง 222 ล้านยูโร (ประมาณ 8,880 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว เนย์มาร์ ดาวยิงชาวบราซิเลียนมาจาก บาร์เซโลน่า แต่บรรดาทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมของทวีปยุโรป อย่างเช่น ยูเวนตุส, เรอัล มาริด และ บาเยิร์น มิวนิค ยื่นเรื่องร้องเรียนกับ ยูเอฟ่า ว่าทีมจอมทุ่มแห่งถิ่น ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ละเมิดกฎควบคุมการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ หรือ เอฟเอฟพี) อย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ ยูเอฟ่า ก็เห็นพ้องกับคำร้องดังกล่าวจนสั่งให้ ปารีสฯ ทำงบบัญชีให้สมดุลให้ได้ ซึ่งทีมดังของแดนน้ำหอมก็พยายามหาทางออกอย่างรวดเร็วด้วยการขึ้นบัญชีขายนักเตะถึง 8 คนหลังจากได้ เนย์มาร์ มาร่วมทีมเพียง 48 ชั่วโมง โดยแข้งเหล่านั้นประกอบด้วย อังเคล ดิ มาเรีย, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่, แบลส มาตุยดี้, ลูคัส มูร่า, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา, แซร์ช ออริเย่ร์ และ ติอาโก้ ซิลวา

ท้ายที่สุดก็มีเพียง ออริเย่ร์ กับ มาตุยดี้ ที่ได้ย้ายออกจากทีม ถึงกระนั้น การขายทั้งคู่มันก็ทำให้ทีมได้เงิน 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) และเพียงพอแล้วที่จะทำให้ ปารีส ได้แข่ง แชมเปี้ยนส์ ลีก

ลือสนั่น!เปแอสเชเสนอขายคาวานี่ให้ชุดขาว

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ดูเหมือนจะแคร์ เนย์มาร์ เป็นพิเศษ เพราะล่าสุดสื่อแดนกระทิงดุปูด เปแอสเช ได้เสนอขาย เอดินสัน คาวานี่ ให้กับ เรอัล มาดริด แล้ว คาด “ราชันชุดขาว” กำลังมองหาดาวยิงคนใหม่เช่นกัน

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้เสนอขาย เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าคนเก่งชาวอุรุกวัย ให้ เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน หลัง คาวานี่ มีปัญหาไม่ลงลอยกับ เนย์มาร์ หัวหอกดาวดังชาวบราซิเลียน ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ตามรายงานจาก ดีอาริโอ โกล สื่อแดนกระทิงดุ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

ความบาดหมางกันระหว่าง คาวานี่ กับ เนย์มาร์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้ หลังจากที่ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องแย่งยิงลูกจุดโทษในเกมลีกนัดที่ เปแอสเช เปิดบ้านพิชิต โอลิมปิก ลียง 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน แถมลือกันว่า ทั้งสองยังไปทะเลาะกันต่อภายในห้องแต่งตัวหลังจบเกมดังกล่าวด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานข่าวว่า เนย์มาร์ ได้ร้องขอให้ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ประธาน เปแอสเช ตัดสินใจขาย คาวานี่ ทิ้ง เพราะเจ้าตัวไม่สามารถร่วมงานกับ สตาร์ทีมชาติอุรุกวัยวัย 30 ปี ได้อีกแล้ว ซึ่งล่าสุด ดีอาริโอ โกล ระบุว่า อัล-เคไลฟี่ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และได้ทำการติดต่อไปยัง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธาน “ราชันชุดขาว” พร้อมกับเสนอขาย อดีตดาวยิง นาโปลี

ทั้งนี้ เรอัล มาดริด เพิ่งต่อสัญญาให้กับ คาริม เบนเซม่า หัวหอกเลือดน้ำหอม ไปแบบสดๆ ร้อนๆ แต่ก็เชื่อกันว่า ยอดทีมแห่งกรุงมาดริด ยังต้องการตัวเลือกในแนวรุกเพิ่ม ซึ่งก็อาจจะมีการลุยตลาดในช่วงเดือนมกราคมนี้ หรือไม่ก็ช่วงซัมเมอร์หน้า