ผมจำได้ดี! คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ทีมนี้ฝังใจ “ชนาธิป”

เหลือเพียงแค่ 1 วันสำหรับนัดที่ 2 ของการพบกับของ คอนซาโดเล ซัปโปโร กับยอดทีมที่โด่งดังในเอเชีย คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ในศึกเจลีกนัดที่ 23 วันที่ 19 ส.ค.60

16 เม.ย.60 คือการโคจรมาพบกับของทีมน้องใหม่ในเจลีก ปี 2017 คอนซาโดเล ซัปโปโร ที่เปิดบ้านพบกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ โดย ยู โคบายาชิ ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 จากจุดโทษ น.74 ก่อนจะเป็น เคน โทคูระ ยิงตามตีเสมอให้ คอนซาโดเล ซัปโปโร มี 1 แต้มในซัปโปโร โดม ด้วยผล 1-1

เกมที่ 2 สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมคือมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ แต่บาดแผลจาก 2 เกมที่เคยพบกันในทีมเก่า เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ศึก เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก รอบ 16 ทีม ยอดทีมจากญี่ปุ่น ตอกย้ำให้ “เมสซี่เจ” ฝังใจจำถึงความโหดร้ายในเกมรุกของคาวาซากิ

นัดแรกของ “ชนาธิป” กับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ในยุคค้าแข้งที่ “กิเลนผยอง” เกิดขึ้นในวันที่ 23 พ.ค.60 ธีรศิลป์ แดงดา ยิงให้ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ขึ้นนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่จะมาโดนยิง 3 ประตูรวดจาก เคงโกะ นากามูระ , ยู โคบายาชิ และ ฮิโรยูกิ อาเบะ ยกแรกของความทรงจำที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม พ่ายแพ้ไป 1-3

 

 

นัด 2 เล่นที่ โทโดโรกิ สเตเดี้ยม เกมในวันนั้น 30 พ.ค.60 “ชนาธิป” มีปัญหาอาการบาดเจ็บร่างกายไม่สมบูรณ์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง และ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ออกนำไป 4 ประตู จาก ยู โคบายาชิ 2 ประตู , ฮาเซกาวะ และ เนโต้ แต่ น.72 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถูกเข็นลงมาช่วยทีม เขาเองยกบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ทำประตู ให้เกมคราวนั้นแพ้ไป 1-4

“ผมจำพวกเขาได้ดี ผลชอบสไตล์การเล่นของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ พวกเขาเก่งมาก ยู โคบายาชิ และ เคงโกะ นากามูระ คือนักเตะที่เหนือชั้น 2 เกมที่ผมเล่นกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รู้เลยว่าตอนนั้นผมสู้พวกเขาไม่ได้ แต่วันนี้ผมอยู่กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ผมและเพื่อนร่วมทีมเต็มที่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในเกมที่จะถึง”

7ข้อ! ทำไมพรีเมียร์ลีก เป็นสมรภูมิแข้งที่สะเด่าสุดในเมืองมนุษย์

สงครามแข้งพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2017-18 กำลังจะเปิดฉากระเบิดความเมามันแล้วนะครับ และต่อไปนี้คือเหตุผลที่บอกว่าทำไม “พรีเมียร์ลีก” ถึงเป็นสมรภูมิแข้งที่มีอัตราความสนุกสนานมากที่สุดในเมืองมนุษย์

1. ใครจะเป็นแชมป์?

ขอบอกว่าการแก่งแย่ง แข่งขัน ห้ำหั่น และเชือดเฉือนกันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์นี่แหละ คือความสะเด่าไปเลยอีน้องที่สุดของพรีเมียร์ลีก – กรุณาอย่าเถียง

คิดง่ายๆ นะครับว่า…

ลา ลีกา ของ สเปน – มีแค่ เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า แย่งกันเป็นแชมป์แค่ 2 ทีม

บุนเดสลีกา ของ เยอรมัน – บาเยิร์น มิวนิค จองแชมป์ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เปิดฤดูกาล

ลีก เอิง ของ ฝรั่งเศส – ดูเหมือนจะ “เปแอสเช” จะนอนมาพลางกระดิกนิ้วตีนยิกๆๆๆ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขากำลังจะได้ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในจักรวาลล้านโลกอย่าง เนย์มาร์ มาร่วมทีมในขณะเดียวกับที่เกิดภาวะ “ทีมแตก” กับแชมป์เก่าอย่าง โมนาโก

กัลโช่ เซเรียอา – ก็คงจะหนีไม่พ้น ยูเวนตุส เหมือนเดิมบนความน่าเบื่อ

แต่ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษและฤดูกาลนี้มีทีมที่พร้อมจะอึ๊บแชมป์แบบชัดเจนมากกว่า 2 ทีม

หนึ่งคือ แมนฯ ซิตี้ ยุคปรับปรุงใหม่จากขุมกบาลของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

หนึ่งคือแชมป์เก่าอย่าง เชลซี ที่หนักแน่นทุกขุมกำลัง

หนึ่งคืออดีตมหาอำนาจอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยพลาดแชมป์มากฤดูกาลที่ 2 ในประวัติการคุมทีมของตัวเอง

นอกจากนี้ สเปอร์ส, อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล ก็คงจะแอบมองโทรฟี่พรีเมียร์ลีกด้วยสายตาฉาบเลศนัยที่แปลความหมายได้ประมาณว่า “เอานะ” อยู่เหมือนกัน

มิเท่านั้นยังอาจบังเกิดสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เหมือนตอนที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ทะลุบ้องขึ้นมาคว้าแชมป์แบบดื้อๆ อีกต่างหาก

ที่สำคัญคือดูจากการเสริมทัพของแต่ละทีมในระดับพญายักษ์แล้วอุทานเป็นภาษามอนเตเนโกรได้สั้นๆ ว่า “เข้” แบบนี้เดายากมากครับว่าทีมใดจะทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรก ผิดกับลีกอื่นที่สามารถมองออกได้ด้วยตาเปล่า

2. กุนซือ vs กุนซือ

พรีเมียร์ลีกไม่ต่างจากศูนย์รวมสุดยอดผู้จัดการทีมระดับ “มหาดารา” เอาไว้อย่างคับคั่งมากที่สุดในโลกนี้และดาวอังคาร

อันโตนิโอ คอนเต้ ของ เชลซี

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ของ แมนฯ ซิตี้

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ของ สเปอร์ส

เจอร์เก้น คล็อปป์ ของ ลิเวอร์พูล

โชเซ่ มูรินโญ่ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

อาร์แซน เวนเกอร์ ของ อาร์เซน่อล

และอาจรวมถึง โรนัลด์ คูมัน ของ เอฟเวอร์ตัน

เท่านั้นไม่พอ – ขอต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของ “กุนซือหนวด” ราฟาเอล เบนิเตซ แห่ง นิวคาสเซิ่ล

ขนาดทีมเล็กๆ อย่าง คริสตัล พาเลซ ยังได้ แฟรงค์ เดอบัวร์ มาเป็นกุนซือเลยครับคุณ แน่นอนว่าคงหาลีกไหนในดาวเคราะห์ดวงนี้ที่อุดมด้วยยอดฝีมือแบบนี้ไม่ได้แล้ว

แล้วอย่าลืมนะครับว่ากุนซือแต่ละท่านต่างมีอะไรที่เรียกว่าศรศิลป์ไม่กินกันอีกต่างหาก เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของสมญา “เจ้าพ่อรถบัส” เอ๊ย! “เดอะ สเปเชี่ยลวัน” ที่บาดหมางกับเขาไปทั่ว

ฉะนั้นแค่คิดถึงเรื่องนี้ก็มันแล้ว

3. โคตรบิ๊กแมตช์

ลองนึกดูนะครับว่าลีกไหนในโลกที่จะอุมด้วยการศึกระดับอภิพญามหายุทธมากเท่ากับพรีเมียร์ลีก – ไม่มีอีกแล้ว

และต่อไปนี้คือเมนู “บิ๊กแมตช์” ประจำซีซั่นนี้

ศึกแดงเดือด ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล

ศึกนอร์ธลอนดอน ดาร์บี้ ระหว่าง อาร์เซน่อล กับ สเปอร์ส

ศึกเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน

ศึกชิงเจ้าเมืองหลวง ระหว่าง เชลซี กับ อาร์เซน่อล

ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ศึกซาตานถล่มปืนโต ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล

นอกจากนี้เกมระหว่าง เชลซี – ลิเวอร์พูล, เชลซี – แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี – สเปอร์ส, แมนฯ ซิตี้ – เชลซี, แมนฯ ซิตี้ – ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ – อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล – อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล – สเปอร์ส, แมนฯ ยูไนเต็ด – สเปอร์ส และแมนฯ ซิตี้ – สเปอร์ส ก็ถือเป็นศึกใหญ่ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

4. การกลับถิ่นเก่าของ เวย์น รูนี่ย์

หลังจากอุทิศวิญญาณให้ปีศาจแดงมานานถึง 13 ฤดูกาล “ไอ้เด็กหมู” ก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของ เอฟเวอร์ตัน เจ้าของหยดอสุจิผู้ให้กำเนิดดาวเตะผู้นี้อีกครั้ง

ปัญหาคือ เวย์น รูนี่ย์ กลับไปอีกครั้งในวันที่ตัวเองเหมือนจะหมดสภาพดาวเตะพันธุ์หมูตกมันเป็นที่เรียบร้อย ความน่าสนใจคือในเมื่อกลับคืนสู่ถิ่นเก่าอันเป็นที่รักแล้วคุณพี่เขาจะกลับชาติมาเกิดใหม่ได้สำเร็จหรือเปล่า

 

 

5. กองหน้าตัวใหม่ใครจะยิงได้มากกว่ากัน?

เมื่อ อาร์เซน่อล ทุ่มเงินซื้อ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ มาเป็นหัวหอกคนใหม่

แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยอมวอดวายเพื่อลาก โรเมลู ลูกากู มาล่าตาข่าย

เชลซี จึงไม่ยอมน้อยหน้า ว่าแล้วก็ไปสอย อัลบาโร่ โมราต้า มาในราคามหาศาล

ว่าแล้วขอเรียนตามตรงนะครับว่าระหว่างกองหน้า 3 ตัวนี้ ใครถล่มประตูได้น้อยที่สุด คนนั้นเสียหมา!

โดยเฉพาะ โรเมลู ลูกากู กับ อัลบาโร่ โมราต้า ที่กลายเป็นประเด็นให้แฟนบอลของปีศาจแดงและสิงห์บลูส์ต้องห้ำหั่นกันโดยตรง

หากใครทะลึ่งยิงได้น้อยกว่า รับรองได้เลยว่าถูกล้อแย่เลย

ต่อคำถามที่ว่าใครจะทำลายประตูให้สิ้นซากมากที่สุดในซีซั่นนี้?

หากไปเอาคำถามนี้ไปถามดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง แฮร์รี่ เคน – พี่แกคงยิ้มมุมปากพลางยักไหล่แล้วตอบว่า “กูนี่แหละ”

6. เวมบลีย์ในพรีเมียร์ลีก

นี่คือฤดูกาลแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอังกฤษนะครับที่เมกกะลูกหนังอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง เวมบลี่ย์ จะถูกใช้เป็นรังเหย้าของทีมในระดับสโมสร

หมายความว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีกจะได้สัมผัสสนาม เวมบลี่ย์ ที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ จะใช้เป็นบ้านของตัวเองตลอดฤดูกาล โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย

7. การเสริมทัพของขุนค้อนและทอฟฟี่

ไม่เพียงเฉพาะทีมใหญ่ที่ยอมวอดวายมหาศาลเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เมื่อทีมขนาดกลางๆ อย่าง เอฟเวอร์ตัน กับ เวสต์แฮม ยังทุ่มทุนซื้อดาวเตะใหม่อย่างบ้าคลั่งชนิดที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

ขนาดผู้รักษาประตู ทีมลูกอมยังยอมจ่าย 30 ล้านปอนด์ เพื่อกระชาก จอร์แดน พิคฟอร์ด มาเฝ้าเสา เช่นเดียวกับปราการหลังตัวใหม่อย่าง ไมเคิ่ล คีน แล้วไหนจะ ดาวี่ คลาเซ่น กับ ซานโดร รามิเรซ รวมถึง เวย์น รูนี่ย์

ทางด้านของทีมขุนค้อนก็ไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการทุ่มเงินซื้อ มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ มาเสริมแนวรุกให้มีความมหาประลัยมากยิ่งขึ้น

นี่แหละพรีเมียร์ลีก สมรภูมิแข้งที่มีอัตราความทะลักจุดแตกมากที่สุดในโลก

ว่าแล้วก็อดใจรออีกนิดเดียว เพราะความเมามันของฤดูกาล 2017-18 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

แฟนผีเลิกมโน!มูยันเองผีหมดลุ้นคว้าเบลแล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สารภาพหลังจบศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่แพ้ “ราชันชุดขาว” 1-2 เมื่อวันอังคารที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่าโอกาสคว้าตัว แกเร็ธ เบล ปีกจรวดของ เรอัล มาดริด ร่วมทัพ จบสิ้นลงแล้ว เพราะได้เป็นตัวจริงเกมล่าสุด

“ปีศาจแดง” ตกเป็นข่าวกับดาวเตะวัย 28 ปี อย่างต่อเนื่อง เพราะเขาเสียสถานะ 11 ตัวจริงอัตโนมัติในทีม “ราชันชุดขาว” เนื่องจาก อีสโก้ ทำผลงานดี แถมมีข่าวลือว่าพวกเขาอยากได้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หัวหอก โมนาโก ทำให้ เบล อาจโดนขายทิ้งเพื่อหาเงินทุน หรือถูกจับนั่งสำรองยาว ซึ่ง มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมซูเปอร์คัพ ว่าหาก เบล ไม่ได้เล่นเกมนี้ ก็ไม่แน่ว่า เรอัล มาดริด คงพิจารณาขายเขา แต่กุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ก็เลือกส่ง เบล ลงสนามตั้งแต่ต้น

เมื่อถูกถามว่าโอกาสได้ เบล จบสิ้นแล้วหรือไม่ มูรินโญ่ กล่าวว่า “ผมก็ว่าแบบนั้น มันเห็นกันชัดๆแล้วว่าสโมสรต้องการ เบล ผู้จัดการทีมต้องการเขา และนั่นเป็นสิ่งที่ตัวนักเตะเองต้องการ ผมว่ามันจบแล้ว เพราะรู้แล้วว่าเขาจะอยู่ต่อไปแน่นอน”

เปิดสถิติ โอซาก้า ข่ม ซัปโปโร ทุกมุม

ในฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา ผลงานของทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทำได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ เจ 2 จาก 42 นัดเก็บได้ 85 คะแนน แต่ในตอนนี้พวกเขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับเวทีที่ใหญ่กว่าใน เจ 1

คู่แข่งที่เคยเป็นเพื่อนร่วมลีกในปีก่อนอย่าง เซเรโซ โอซาก้า แม้ว่าจะต้องลุ้นเหนื่อยกับการเพลย์ออฟก่อนเฉือนชนะ ฟาเจียโน่ โอคายาม่า 1-0 ทำให้ทีมดังในเมืองใหญ่ ก้าวขึ้นมาผงาดในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง และในตอนนี้กำลังโกยแต้มทะยานเป็นจ่าฝูงในเจ 1

ก่อนที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะต้องบุกเยือน เซเรโซ โอซาก้า 5 ส.ค.60 ในเวลา 17.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย) ที่สนาม คินโช สเตเดี้ยม เรามาย้อนดูสถิติอันน่าเป็นห่วงที่ “เมสซี่เจ” จะต้องทำภารกิจล้างความทรงจำของทีม ที่ไม่เคยบุกไปชนะได้เลยใน 3 ครั้ง ที่ผ่านมา แพ้ 2 เสมอ 1 จากการพบกับทั้ง 7 ครั้ง

x

ผลงานที่เคยกับกับทั้งหมด 7 ครั้ง

ลูวานคัพ นัดที่ 2 / 26 ก.ค.60 เซเรโซ โอซาก้า 1-0 คอนซาโดเล ซัปโปโร

ลูวานคัพ นัดแรก / 28 มิ.ย.60 คอนซาโดเล ซัปโปโร 0-2 เซเรโซ โอซาก้า

เจลีก 1 เลกแรก 2017 / 11 มี.ค.60 คอนซาโดเล ซัปโปโร 1-1 เซเรโซ โอซาก้า

เจลีก 2 เลก 2 ปี 2016 / 9 ก.ค.59 เซเรโซ โอซาก้า 0-0 คอนซาโดเล ซัปโปโร

เจลีก 2 เลกแรก ปี 2016 / 23 เม.ย.59 คอนซาโดเล ซัปโปโร 1-0 เซเรโซ โอซาก้า

เจลีก 2 เลก 2 ปี 2015 / 12 ก.ค.58 เซเรโซ โอซาก้า 3-1 คอนซาโดเล ซัปโปโร

เจลีก 2 เลกแรก ปี 2015 / 1 มิ.ย.58 คอนซาโดเล ซัปโปโร 1-1 เซเรโซ โอซาก้า

เมื่อดูจากผลงานทั้งหมดที่ทั้งคู่พบกัน บ่งบอกได้เลยว่า เซเรโซ โอซาก้า คือของแสลงที่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ไม่อยากเจอ โดยเฉพาะเกมที่ คินโจ สเตเดี้ยม

ยิ่งไปกว่านั้นผลงานในเจลีก 1 ซีซั่น 2017 ต้นสังกัดของ “เจ ชนาธิป” ยังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลยในเกมเยือน แข่ง 10 แพ้ 8 เสมอ 2 แต่ในทางกลับกัน เซเรโซ โอซาก้า “เก่งในบ้าน” ชนะ 8 เสมอ 2 ยังไม่เคยแพ้เลยในปีนี้ !

 

สื่อฝรั่งเศสเผย “เนย์มาร์” ถึงปารีสวันนี้พร้อมสวมเสื้อเบอร์10

สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า เนย์มาร์ ได้เข้ารับการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้วที่ปอร์โต้ พร้อมเดินทางมาปารีสในวันนี้ เพื่อมาเป็นสมาชิกใหม่กับเปแอสเช หลังขอย้ายจากบาร์เซโลน่าด้วยค่าฉีกสัญญาถึง 222 ล้านยูโร หรือ8,880 ล้านบาท ทั้งนี้ เนย์มาร์ จะได้เสื้อเบอร์ 10 หลัง ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ขอสละเสื้อเพื่อยกให้ดาวยิงชาวแซมบ้าเพื่อเป็นการต้อนรับ

เนย์มาร์ ดาวดังบราซิเลี่ยนที่จ่อจะย้ายมาเปแอสเชหลังขอย้ายออกจากบาร์เซโลน่าด้วยค่าฉีกสัญญามูลค่าถึง 222 ล้านยูโร หรือ 8,880 ล้านบาท เข้ารับการตรวจร่างกายที่ปอร์โต้เรียบร้อย โดยมี ดร. เอริก โรลล็องด์ ผอ. ฝ่ายแพทย์ของเปแอสเช กับ แม็กซ์เวลล์ อดีตปราการหลังชาวบราซิเลี่ยน วัย 35 ที่ผันตัวไปเป็นบอร์ดบริหารของทีมปารีเซียงหลังแขวนสตั้ดเมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมาอยู่ด้วยก่อนเดินทางกลับมายังบาร์เซโลน่าในตอนดึก โดย เนย์มาร์ ซีเนียร์ บิดาของเขา ยังบอกว่าจะให้สัมภาษณ์ในวันนี้

ทั้งนี้ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ห้องเครื่องชาวอาร์เจนไตน์ วัย 28 ได้ประกาศขอสละเสื้อเบอร์ 10 ของตนให้เพื่อต้อนรับ เนย์มาร์ ที่สื่อฝรั่งเศสคาดว่าจะเดินทางมาถึง ปารีส ในวันนี้

เป๊ปร้าย! เรือรัวครึ่งหลังถล่มราชัน 4-1 เดอบรอยน์มีเอี่ยวสามลูก

“เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โชว์ฟอร์มร้ายกาจ เมื่อรัวครึ่งหลังไล่ถล่ม “ราชันชุดขาว” ​เรอัล มาดริด แชมป์ยุโรปขาดลอย 4-1 ในศึก ไอซีซีคัพ ที่สหรัฐฯ​ ช่วงสายวันพฤหัสฯ​ ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

ครึ่งแรกนาทีที่ 7 ทีมสเปนมีลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล จ่ายให้ อีสโก้ ซัดด้วยเท้าซ้าย แต่ เอแดร์สัน โมราเอส มือกาวชาวบราซิเลียนของ แมนฯ ซิตี้ เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 9 ยาย่า ตูเร่ ทำทางให้ กาเบรียล เชซุส หลุดเข้าไปยิง แต่ติดเซฟของ เกย์เลอร์ นาบาส นายด่าน เรอัล มาดริด

แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูอีกครั้งในนาที 22 เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ เปิดบอลเข้ากลาง กาเบรียล เชซุส มีโอกาสซัดเต็มข้อ แต่ นาบาส พุ่งปัดออกไป จากนั้นนาที 25 เควิน เดอ บรอยน์ ทำทางขึ้นมา อเกวโร่ ลองยิง แต่มือกาว “ราชันชุดขาว” ยังไม่พลาด

นาที 28 อีสโก้ เปิดลูกเตะมุม กาเซมิโร่ โหม่งไปชนเสา คาริม เบนเซม่า มีโอกาสกดซ้ำ แต่ เอแดร์สัน ตามทุบออกหลังได้ นาทีที่ 38 เบนเซ่า หลุดมายิงอีก เอแดร์สัน ปัดทิ้งไปได้อีก ทำให้หมดครึ่งเวลาแรก เรอัล มาดริด เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0

เกมออกรสเข้มข้นสุดๆ และมีประตูในครึ่งหลัง หลังจากเสมอกัน 0-0 แบบสนุกในครึ่งเวลาแรก เริ่มจากนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์​ เปิดเตะมุมให้ จอห์น สโตนส์ โขกไปติดเซฟก่อนที่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ จะตามซ้ำไม่เหลือให้ แมนฯ ซิตี้ นำ 1-0

ถัดมา นาทีที่ 59 ทีมดังจากอังกฤษ​ หนีห่าง 2-0 เมื่อ เดอ บรอยน์ ไหลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง กระชากเข้าไปส่องในกรอบเขตโทษด้านขวาเน้นๆ ผ่าน เกย์ลอร์ นาวาส ตุงตาข่าย

เดอ บรอยน์ ซัดฟรีคิกถูกปัดไปชนเสา ก่อนที่เข้าสู่นาทีที่ 67 เดอ บรอยน์ อีกแล้ว ที่เป็นคนเล่นลูกเตะมุมสั้น ถวายพานให้ สโตนส์ ทิ่มในกรอบไม่เหลือซากให้ แมนฯ​ ซิตี้ หนี 3-0

นาทีที่ 81 แมนฯ​ ซิตี้ ได้ประตูทีเด็ดทะยาน 4-0 จากดาวรุ่ง บราฮิม ดิอ๊าซ ที่เพิ่งลงสนามไม่นาน โชว์สเต็ปลากเข้าไปซัดเสียบสามเหลี่ยมงดงาม

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เรอัล มาดริด มาได้ประตูปลอบใจจากลูกยิงไกลสุดสวยของ ออสก้าร์ โรดริเกซ แต่ไม่ทัน จบเกมแมนฯ ซิตี้ ถล่มคว้าชัยสวยงามเหนือแชมป์ยุโรป 4-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์สัน โมราเอส (ดาเนี่ยล กริมชอว์ น.80) – แว็งซองต์ กอมปานี (เอเลียควิม ม็องกาล่า น.46), จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเมนดี้ (โตซิน อดาราบิโอโย่ น.80) – ไคล์ วอล์คเกอร์ (เดเมียโค่ ดูฮานี่ย์ น.69), ฟิล โฟเด้น (ซามีร์ นาสรี่ น.46), ยาย่า ตูเร่ (พาทริค โรเบิร์ตส์ น.80), เควิน เดอ บรอยน์ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.69), ดานีโล่ (ลีรอย ซาเน่ น.80) – เซร์คิโอ อเกวโร่ (ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.46), กาเบรียล เชซุส (บราฮิม ดิอ๊าซ น.69)

เรอัล มาดริด : เกย์เลอร์ นาบาส (กีโก้ กาซีย่า น.46) – ดาเนี่ยล การ์บาฆาล (อัลบาโร่ เตเฆโร่ น.64), นาโช่ เฟร์นานเดซ (มาร์โก อเซนซิโอ น.63), ราฟาแอล วาราน (เฆซุส บาเยโฆ่ น.63), มาร์เชโล่ (อัชราฟ ฮาคิมี่ น.63) – กาเซมิโร่ (เตโอ เอร์นานเดซ น.62), ลูก้า โมดริช (ออสการ์ โรดรีเกซ น.62), มาเตโอ โควาซิช (ลูกัส บาสเกซ น.62) – อีสโก้ (ดาเนี่ยล เชบายอส น.62), คาริม เบนเซม่า (บอร์ฆ่า มายอราล น.63), แกเร็ธ เบล (มาร์กอส ยอเรนเต้ น.62)

 

Timeline ลุ้น “เจ ชนาธิป” ลงสนามนัดแรก

นับถอยหลังลุ้นการลงสนามนัดแรกของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับทีมต้นสังกัด คอนซาโดเล ซัปโปโร อีกไม่ถึง 12 ชั่วโมงต่อจากนี้ ก่อนจะลงสนามพบกับ เซเรโซ โอซาก้า ในศึก ลูวาน คัพ 2017 รอบเพลย์ออฟนัดที่ 2 ในเวลา 19:00 น.(ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง)

โปรแกรมในวันดีเดย์บอลถ้วยของทีมที่มีสกอร์ตามหลัง 2-0 ในเกมแรกนั้น ก่อนเกมจะเริ่มลูกทีมของ ชูเฮ โยโมดะ ต้องทำอะไรกันบ้าง (ตามเวลาท้องถิ่น)

10:00 น.เดินวอร์มร่างกายที่บริเวณที่พัก(โรงแรมอโกร่า เรเจนซี่)
12:00 น.ทานอาหารกลางวัน
15:30 น.ประชุมทีมก่อนแข่ง
16:45 น.ออกจากโรงแรมอโกร่า เรเจนซี่
17:20 น.ถึงสนามคินโจ สเตเดี้ยม
19:00 น.เกมการแข่งขัน ตอนซาโดเล ซัปโปโร – เซเรโซ โอซาก้า
22:00 น.เดินทางออกจากสนาม – กลับโรงแรมอโกร่า เรเจนซี่