ตัดเกรดแข้ง”ปีศาจแดง”ชุดผสม!เกมบุกเด็ดปีก”หงส์ขาว”ฉลุยรอบ8ทีมสุดท้าย คาราบาวคัพ

ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ แก้ตัวจากเกมลีกนัดล่าสุดได้สำเร็จแม้จะส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่ก็สามารถบุกไปชนะ สวอนซี 2-0 ในศึกคาราบาว คัพ ทำให้ยังอยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ไว้ได้ โดยรอบต่อไปจะเป็นรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะมีการจับสลากในวันพฤหัสบดีนี้

ส่วนคะแนนความสามารถแต่ละคนะเป็นอย่างไร ไปชมกันได้เลย

เซร์คิโอ โรเมโร่ 6

ลงสนามเกมแรกในรอบหนึ่งเดือน เซฟลูกยิงของ แทมมี่ อับราฮัม ได้ดี

มัตเตโอ ดาร์เมียน 7

เล่นแบบสบายๆ แอสซิสต์ให้ ลินการ์ด ทำประตู

คริส สมอลลิ่ง 7

ช่วยประคองทั้ง ตวนเซเบ้ และ ลินเดอเลิฟ ได้ดี

วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ 5

ยังดูเหมือนไม่มีความมั่นใจในการเล่น โดยรวมยังสอบไม่ผ่าน

ดาเล่ย์ บลินด์ 6

ไม่ดีไม่แย่ เล่นไปเรื่อยๆช่วยให้ทีมไม่เสียประตู

อั๊กเซล ตวนเซเบ้ 7

ทำผลงานได้ดีเกินคาดในเกมนี้

อันเดร์ เอร์เรร่า 7

เป็นหัวใจแดนกลางในเกมนี้ ทำงานหนักเพื่อทีม

เจสซี่ ลินการ์ด 8

ทำสองประตูจากลูกยิงและลูกโหม่งได้อย่างเฉียบคม เรียกความมั่นใจกลับมาได้เยอะเลยทีเดียว

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 6

ทำผลงานได้ใช้ได้ มีอนาคตที่สดใสรออยู่

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 6

ไม่ค่อยโดดเด่นมากนักเมื่ออยู่ตรงกลาง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 6

ต้องถอยลงต่ำมาเก็บบอล โดยรวมยังไม่ค่อยโดดเด่น

สำรอง

โรเมลู ลูกากู 6

ถูกส่งลงมาเพื่อเรียกความมั่นใจหลังยิงไม่ได้มาหลายนัด

เนมันย่า มาติช 6

ลงมาประคองเกมในแดนกลาง

ลุค ชอว์

ไม่มีคะแนน

Advertisements

เช็คฟิต”โมราต้า”,หมาป่าหวังแบ่งแต้มจากถิ่นสิงห์บลู

เชลซีของอันโตนิโอ คอนเต้ หวังแก้ตัวจากเกมลีกที่แพ้คริสตัล พาเลซ 1-2 เกมนี้รอเช็คฟิตอัลบาโร่ โมราต้า หัวหอกตัวเก่ง ด้านทีมเยือน โรม่า หวังมาเก็บหนึ่งแต้มจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี คืนวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2559

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ ”สิงห์บลูส์” เชลซี พาทีมเปิดหัวรอบแบ่งกลุ่มได้ตามมาตรฐาน หลังรับน้องสยองขวัญใส่คาราบัก 6-0 ก่อนเชือดแอตเลติโก มาดริด 2-1 ในนัดสอง ส่วนผลงานล่าสุดพลิกพ่ายคริสตัล พาเลซ 1-2 ในเกมลีก เป็นการแพ้ 2 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ คอนเต้จะชวดใช้งาน วิคเตอร์ โมเสส ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเพิ่มเป็นรายล่าสุด รวมไปถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (ต้นขา) และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ (น่อง) ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ก็มีลุ้นได้ อัลบาโร่ โมราต้า ฟิตกลับมาเสริม หลังหายเจ็บต้นขากลับมาซ้อมได้แล้ว โดยมีลุ้นออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกต่างหาก แต่ถ้าไม่ไหว มิชี่ บาตชูอายี่ จะได้ลงทำหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้าแทน

ด้าน ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ เทรนเนอร์ ”หมาป่า” โรม่า พาทีมออกสตาร์ตรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเสมอแอตเลติโก มาดริด 0-0 ในนัดแรก ก่อนเชือดคาราบัก 2-1 ในนัด 2 ส่วนผลงานล่าสุดแพ้นาโปลี 0-1 ในเกมลีก เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 5 เกม

สภาพทีมเกมนี้ ดิ ฟรานเชสโก้ จะไม่มี คอสตาส มาโนลาส กองหลังตัวหลักที่เจ็บต้นขามาจากเกมล่าสุด รวมไปถึง ปาทริค ชิค (เอ็นหลังหัวเข่า) ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนขุมกำลังหลักรายอื่นๆ ต่างพร้อมลุยเหมือนเดิม นำโดย ดานิเอเล่ เด รอสซี่ กองกลางกัปตันทีม และ เอดิน เชโก้ หัวหอกตัวความหวัง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์ – ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, เชส ฟาเบรกาส, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน, เอแด็น อาซาร์ – มิชี่ บาตชูอายี่ (อัลบาโร่ โมราต้า)

เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

โรม่า (4-2-3-1) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – บรูโน่ เปเรส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ, ฮวน เชซุส, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ – ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่ – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, รัดย่า นาอิงโกลัน, ดีเอโก้ เปร็อตติ – เอดิน เชโก้

เทรนเนอร์ : ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

อเมริกันซอคเก้อร์กร่อย! สหรัฐฯ แพ้ทรินิแดดฯ อดไปบอลโลก

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา อดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 หลังจากที่พลาดท่าโดน ทรินิแดด แอนด์ โทเบโก้ สอยแบบเจ็บปวด 2-1 เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย

ทีมจากเมืองลุงแซม ภายใต้การนำของกุนซือ บรูซ อารีน่า จำเป็นต้องชนะเพื่อคว้าตั๋วไปลุยรอบสุดท้ายที่ รัสเซีย ปีหน้า อย่างไรก็ตาม เปิดฉากมาได้แค่ 17 นาที โอมาร์ กอนซาเลซ กองหลังสหรัฐฯ ก็สกัดบอลผิดเหลี่ยมจากลูหเปิดด้านขวา ย้อยเข้าประตูไป สงเคราะห์ให้เจ้าบ้านนำก่อน 1-0

สถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อผ่านมาถึงนาทีที่ 37 เมื่อ ทรินิแดดฯ หนีเป็น 2-0 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ อัลวิน โจนส์​ หมดสิทธิ์ที่ ทิม ฮาวเวิร์ด โกลจอมเก๋าจะเซฟเอาไว้ได้

ครึ่งหลังกลับมาเล่นต่อ 2 นาที หรือนาทีที่ 47 สหรัฐฯ มีความหวัง เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช ยิงไกลแฉลบเข้าไปตีไข่แตกให้ทีมไล่มา 2-1

จากนั้น ขุนพลจากเมืองลุงแซมบุกหนัก แต่เจาะไม่เข้า คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์ ส่องชนเสาอย่างจังในนาทีที่ 77 ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ทรินิแดดฯ​ จึงคว้าชัย 2-1 ทำให้ สหรัฐฯ อดไปเล่นรอบสุดท้าย

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ ในโซน คอนคาเคฟ ปรากฏว่า ปานามา แซงชนะ คอสตาริก้า 2-1 ส่งผลให้ ปานามา ค้วาอันดับสามของโซนได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติตามหลัง เม็กซิโก (แชมป์) และ คอสตาริก้า (รองแชมป์) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ ปานามา ด้วย

ขณะที่ ฮอนดูรัส ที่เฉือน เม็กซิโก 3-2 คว้าอันดับสี่ ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟกับ ออสเตรเลีย จากโซนเอเชียต่อไป ปล่อยให้ สหรัฐฯ ผิดหวังจากการได้แค่อันดับห้า

กลุ่มดีระอุ!เวลส์คึกจัดรอวัดยักษ์เขียว

เวลส์ คว้าชัยสามเกมติดยึดรองจ่าฝูงกลุ่มดีเตรียมรับมือ ไอร์แลนด์ คู่แข่งชิงตั๋วฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รั้งอันดับสาม เจ้าถิ่นมาเต็มสูบวาง แซม โว้คส์ เป็นกองหน้าตัวเป้า ด้านทีมเยือนส่งเชน ลอง ล่าตาข่ายคู่กับ ดาริล เมอร์ฟี่ ในเกมนัดสุดท้ายฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

สนาม : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

คริส โคลแมน เทรนเนอร์ทีมชาติเวลส์ พาทีมเบียดชนะจอร์เจีย 1-0 ในเกมคัดบอลโลกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ โคลแมนไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม พร้อมยึดทีมจากเกมล่าสุดลงสนามเป็นแกนหลักต่อไป เพราะทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง นำโดย แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ กองหลังกัปตันทีม, เบน เดวิส, โจ อัลเลน, โจ เล็ดลี่ย์, อารอน แรมซี่ย์ และ แซม โว้คส์

มาร์ติน โอนีล เทรนเนอร์ทีมชาติไอร์แลนด์ พาทีมชนะมอลโดวา 2-0 ในเกมคัดบอลโลกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 4 เกม

สภาพทีมเกมนี้ โอนีลล์จะได้ทั้ง ร็อบบี้ เบรดี้ และ เจมส์ แม็คคลีน พ้นโทษแบนกลับมา ส่วนแกนหลักรายอื่นๆยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม นำโดย ดาริล เมอร์ฟี่ กองหน้าตัวเก่งที่เหมา 2 ประตูในเกมล่าสุด

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

เวลส์ (4-4-1-1) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ – คริส กันเตอร์, เจมส์ เชสเตอร์, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, เบน เดวิส – แอนดี้ คิง, โจ อัลเลน, โจ เล็ดลี่ย์, ทอม ลอว์เรนซ์ – อารอน แรมซี่ย์ – แซม โว้คส์

ไอร์แลนด์ (4-4-2) : ดาร์เรน แรนดอล์ฟ – ไซรัส คริสตี้, เชน ดัฟฟี่, เคียแรน คล้าร์ก, สตีเฟ่น วอร์ด – เวส ฮูลาแฮน, เดวิด มายเลอร์, เจฟฟ์ เฮนดริค, ร็อบบี้ เบรดี้ – เชน ลอง, ดาริล เมอร์ฟี่

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

 

 

หมายเหตุ : ทีมอันดับหนึ่งของกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทันที ส่วนทีมอันดับสอง จะเลือกเอาอันดับสองที่ดีที่สุด8กลุ่มจาก9กลุ่ม มาจับสลากจับคู่แข่งขันกันและผู้ชนะของแต่ละคู่เข้าสู่รอบสุดท้ายที่รัสเซีย

ลอว์เรนซ์ซัดโทน!มังกรแดงเบียดจอร์เจีย1-0ยังลุ้นเข้ารอบ

ทอม ลอว์เรนซ์ ยิงประตูหนึ่งเดียวในเกมช่วย “มังกรแดง” เวลส์ บุกเฉือน จอร์เจีย 1-0 คว้าสามแต้มสำคัญแต่ยังคงต้องลุ้นเข้ารอบสุดท้ายต่อไป ในศึกฟุตบอลโลก 2018 (รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มดี) เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา

สนาม : บอริส เพชาดเซ่ ดินาโม อารีน่า (ทบิลิซี่, จอร์เจีย)

ทีมชาติจอร์เจีย รองบ๊วยกลุ่มดี. ที่กระเด็นตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 ไปแล้ว นัดนี้ทีมเปิด บอริส เพชาดเซ่ ดินาโม อารีน่า ในทบิลิซี่ พบ เวลส์ รองจ่าฝูงที่มีลุ้นเข้ารอบ

วลาดิเมียร์ ไวส์ เทรนเนอร์จอร์เจียส่ง จอร์จี้ ควิลิตาย่า ยืนกองหน้าตัวเป้า

ส่วน คริส โคลแมน กุนซือเวลส์ขาด แกเร็ธ เบล สตาร์เรอัล มาดริดบาดเจ็บน่อง ถอนตัวออกจากทีมไปแล้ว นัดนี้เขาส่ง อารอน แรมซี่ย์ และ แซม โว๊คส์ นำทัพ

เกมครึ่งแรก นาที 17 โอกาสเป็นของทีมเยือน โจ อัลเลน ทำทางให้ แอนดี้ คิง ซัดเท้าขวาระยะเผาขน ทว่า จอร์จี้ ลอเรีย นายทวารเจ้าถิ่นเซฟอยู่หมัด

นาที 30 แอรอน แรมซี่ย์ ดาวเตะเวลส์ โยนบอลไปที่ แซม โว๊คส์ หวดเท้าขวาระยะ 6 หลา เข้าข้างตาข่าย

ขณะที่ จอร์เจีย มีลุ้นในจังหวะที่ โอตาร์ คาคาบัดเซ่ แบ็กขวาโยนบอลแม่นยำไปเข้าหัว จอร์จี้ ควิลิตาย่า โหม่งหน้าประตู บอลหลุดกรอบออกไปนาที 37
จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

มาถึงครึ่งหลัง เวลส์ ได้ประตูนำ 1-0 นาที 49 แอรอน แรมซี่ย์ ทำชิ่งแม่นยำให้ ทอม ลอว์เรนซ์ ตะบันเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

จอร์เจียได้โอกาสยิงไกลจาก นิก้า เคว็คเวสคิรี่ มิดฟิลด์ นาที 58 ทว่าบอลเข้าข้างตาข่าย

และนาที 79 กองเชียร์เจ้าถิ่นเกือบได้เฮเมื่อ ดาวิต สเคียร์ตล้าดเซ่ กองหน้าตัวสำรองผ่านบอลแม่นยำให้ จอร์จี้ เมเรบาชวิลี่ ซัลโวเท้าขวาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ นายทวารเวลส์ เซฟได้เยี่ยม

จบเกม เวลส์ บุกมาชนะ จอร์เจีย 1-0 โดยตอนนี้พวกเขารั้งรองจ่าฝูงกลุ่มดี. มี 17 คะแนน จากการลงสนาม 9 นัด ตามหลัง เซอร์เบีย จ่าฝูงเพียงแต้มเดียว แต่ เซอร์เบีย เตะน้อยกว่า 1 นัด ซึ่งทั้งสองทีมรวมถึง สาธารณรัฐไอร์แลนด์ อันดับสาม ต่างมีลุ้นเข้ารอบ ขณะที่ ออสเตรีย อันดับ 4 ตกรอบคัดเลือกเช่นเดียวกับ จอร์เจีย และ มอลโดว่า

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

จอร์เจีย : จอร์จี้ ลอเรีย – โอตาร์ คาคาบัดเซ่, ซาบา เควิร์คเวเลีย, กูราม คาเชีย, จอร์จี้ นาวาลอฟสกี้ – จอร์จี้ เมเรบาชวิลี่, นิก้า เคว็คเวสคิรี่ (จามบูล จิเการี่ น.76), วาเลรี่ คาเซชวิลี่ – จาบา คานคาวา, วาเลเรียน กวิเลีย (ดาวิต ค็อตโชลาว่า น.89) – จอร์จี้ ควิลิตาย่า (ดาวิต สเคียร์ตล้าดเซ่ น.76)

เวลส์ : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ – คริส กันเทอร์, เจมส์ เชสเตอร์, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, เบน เดวิส – แอนดี้ คิง, โจ อัลเลน, โจ เล็ดลี่ย์ (เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์ น.81), ทอม ลอว์เรนซ์ (เบน วู้ดเบิร์น น.90+1) – แอรอน แรมซี่ย์ – แซม โว๊คส์ (ฮัล ร็อบสัน-คานู น.74)
ผู้ตัดสิน : เฆซุส คิล มานซาโน่ (สเปน)

ไม่ใช้ดีบาล่า!ฟ้า-ขาวบ้อท่าเจาะเปรูมหาอุดไม่เข้าลุ้นหนักตั๋วบอลโลก

“ฟ้า-ขาว” อาร์เจนติน่า ต้องลุ้นเหนื่อยกับการลุ้นตั๋วลุยรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 หลังเจอมหาอุดของเปรูจนเจาะไม่เข้าเจ๊าแบบไร้สกอร์ร่วงมารั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนนทำให้ต้องไปลุ้นนัดสุดท้ายในข้อแม้ต้องชนะเท่านั้น

อาร์เจนตินา ลงเตะที่สนาม ลา บอมโบเนร่า ในกรุงบัวโนส ไอเรส เพื่อทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก นัดรองสุดท้ายกับ เปรู โดยก่อนเกมทั้งคู่มีคะแนนเท่ากัน แต่เจ้าถิ่นอยู่อันดับ 5 ขณะทีมเยือนเป็นอันดับ 4 ซึ่ง 4 อันดับแรกเท่านั้นที่เข้ารอบอัตโนมัติ ส่วนอันดับ 5 ไปเตะเพลย์ออฟกับ นิวซีแลนด์

ทีม “ฟ้า-ชาว” ซึ่งไม่มีกองหน้าอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ เพราะบาดเจ็บและ กอนซาโล่ อิกวาอิน ไม่ถูกเรียกติดทีมชุดนี้ ขณะที่ เปาโล ดีบาล่า และ เมาโร อิการ์ดี้ มีชื่อเป็นตัวสำรอง มีลุ้นได้ประตูแรกในนาทีที่ 33 เมื่อ เอเวร์ บาเนก้า จ่ายบอลให้ อเลฮานโดร โกเมซ หลุดเข้าไปยิง แต่ เปโดร กาเยเซ่ นายทวาร เปรู ปัดออกหลังได้ทัน

จากลูกเตะมุม ลิโอเนล เมสซี่ เปิดบอลมาให้ ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ หัวหอกของ โบคา จูเนียร์ส โหม่งเต็มศีรษะ แต่ยังไม่ผ่านมือ กาเยเซ่ หลังจากนั้น อาร์เจนตินา พยายามบุกอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็จบครึ่งแรกด้วยการเสมอ เปรู 0-0

นาทีที่ 46 เจ้าถิ่นมีลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะ เมสซี่ ส่งให้ เบเนเด็ตโต้ ซัดเต็มข้อ แต่ กาเยเซ่ ยังเซฟได้ เมสซี่ ตามซ้ำก็ยิงไปชนเสา

ลูกัส บีย่า ลองซัดจากนอกกรอบเขตโทษในนาทีที่ 47 แต่ กาเยเซ่ ทุบบอลออกหลังอย่างเยี่ยมยอด ถึงนาทีที่ 57 เมสซี่ จ่ายให้ โกเมซ ยิงในกรอบ 6 หลาหน้าประตู ก็ยังส่งบอลผ่านมือนายทวาร เปรู ไม่ได้

นาทีที่ 68 เมสซี่ ทำทางให้ เบเนเด็ตโต้ ซัดหน้ากรอบประตูเหน่งๆ แต่ กาเยเซ่ ตามเซฟได้อีกเช่นเดิม สุดท้าย อาร์เจนตินา ก็เจาะตาข่าย เปรู ไม่สำเร็จ จบเกมจึงเสมอกันไปแบบจืดชืด 0-0

ไม่ใช้ดีบาล่า!ฟ้า-ขาวบ้อท่าเจาะเปรูมหาอุดไม่เข้าลุ้นหนักตั๋วบอลโลก
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เจนตินา : เซร์คิโอ โรเมโร่ – กาเบรียล เมร์กาโด้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, นิโกลัส โอตาเมนดี้, มาร์กอส อากุนย่า – ลูกัส บีย่า, เอเวร์ บาเนก้า (เฟร์นานโด กาโก้ น.60, เอ็นโซ่ เปเรซ น.66) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอมิเลียโน่ ริโกนี่ น.46), ลิโอเนล เมสซี่, อเลฮานโดร โกเมซ – ดาริโอ เบเนเด็ตโต้

เปรู : เปโดร กาเยเซ่ – อัลโด กอร์โซ่, อัลเบร์โต้ โรดริเกซ, มิเกล อเราโฆ่, มิเกล ตราอูโก้ – เรนาโต้ ตาเปีย (เปโดร อากีโน่ น.78), โจซิมาร์ โยตุน – เจฟเฟร์สัน ฟาร์ฟาน (แอนดี้ โปโล น.70), เซร์คิโอ เปนญ่า (วิลเดอร์ การ์ตาเคน่า น.53), เอดินสัน ฟลอเรส – เปาโล เกร์เรโร่

สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
– โบลิเวีย เสมอ บราซิล 0-0
– เวเนซูเอล่า เสมอ อุรุกวัย 0-0
– โคลอมเบีย แพ้ ปารากวัย 1-2
– ชิลี ชนะ เอกวาดอร์ 2-1
– อาร์เจนตินา เสมอ เปรู 0-0

โปรแกรมการแข่งขันนัดสุดท้ายโซนอเมริกาใต้ 10 ตุลาคม 2560 (เช้าวันที่ 11 ต.ค.เวลาไทย)
06.30 น. บราซิล พบ ชิลี
06.30 น. เอกวาดอร์ – อาร์เจนตินา
06.30 น. ปารากวัย – เวเนซูเอล่า
06.30 น. เปรู – โคลอมเบีย
06.30 น. อุรุกวัย – โบลิเวีย

 

เซาธ์เกตว่าไง?เคนแย้มอยากเป็นกัปตันสิงโต

แฮร์รี่ เคน ยอดดาวยิง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แย้มพร้อมเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ แต่ยันจะให้การสนับสนุนการตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ “สิงโตคำราม” เต็มที่ ไม่ว่าใครจะได้เป็นหัวหน้าทีมก็ตาม

แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แย้มว่า อยากเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษแบบถาวร หลังจากที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีม “สิงโตคำราม” ยังอยู่ในระหว่างหาคนที่จะมารับบทบาทผู้นำทีมระยะยาวต่อจาก เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกจอมเก๋าของ เอฟเวอร์ตัน

เคน เพิ่งได้เป็นกัปตันทีม อังกฤษ ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอฟ นัดที่เสมอกับ สกอตแลนด์ 2-2 และเกมอุ่นเครื่องที่แพ้ ฝรั่งเศส 2-3 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่จะส่งมอบปลอกแขนให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลาง ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เซาธ์เกต ยังไม่ได้กำหนดให้ เฮนเดอร์สัน เป็นกัปตันทีมของพวกเขาแบบถาวร ซึ่ง เคน ก็เชื่อว่าตนมีดีพอที่จะรับบทบาทนั้นในช่วงหลายปีต่อจากนี้ เพราะตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งในผู้นำของทีมไปแล้ว

“ผมเคยได้สวมปลอกแขน และมันก็เป็นช่วงเวลาที่น่าภูมิใจมากๆ ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นหนึ่งในผู้นำของทีมไปแล้ว แต่ แกเร็ธ เซาธ์เกต บอกเองว่าเขาจะใช้เวลาในการเลือกกัปตันทีม และเราก็มีคนที่มีคุณสมบัติการเป็นผู้นำอยู่หลายคนด้วย”

“เป้าหมายของผมคือการทำประตู และผมก็ต้องเล่นให้ได้แบบนี้ต่อไปในช่วงเดือนตุลาคมด้วย การทำผลงานให้ดีในสนามคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่า แกเร็ธ จะเลือกใครเป็นกัปตัน ทุกคนในทีมก็จะสนับสนุนการตัดสินใจของเขา ตอนนี้เรายังไม่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย และต้องชนะเกมวันพฤหัสบดีนี้ (เจอกับ สโลวีเนีย) ให้ได้ ถ้าทำอย่างนั้นได้เราก็จะเล่นเกมในวันอาทิตย์นี้ (เจอกับ ลิทัวเนีย) ได้ง่ายขึ้น” หัวหอกฟอร์มร้อนวัย 25 ปี ระบุ