ลือหึ่ง!เชลซีเล็งสอยชิรูด์เสริมคมปีหน้า

“ดอน บาลอน” สื่อชื่อดังในสเปน รายงานข่าวว่า เชลซี เตรียมสร้างความประหลาดใจ ด้วยการวางแผนเดินหน้าล่าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ของ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมเมือง มาเสริมทัพช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

รายงานระบุว่า อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” อยากคว้าหัวหอกร่างโย่งวัย 31 ปี มาร่วมทัพในตลาดนักเตะหน้าหนาว เพื่อมาลุ้นแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ 2 ดาวยิงอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า และ มิชี่ บัตชูอายี่

ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ชิรูด์ เคยตกเป็นข่าวลืออย่างหนักเรื่องการโยกออกจาก อาร์เซน่อล โดย เอฟเวอร์ตัน ถูกมองว่าน่าจะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปมากที่สุด แต่สุดท้ายการย้ายไปค้าแข้งในถิ่นกูดิสัน พาร์ค ของเขาก็ไม่เกิดขึ้น

Advertisements

เบิกตัว 11 แข้งแจ่มพรีเมียร์ลีกวีก 9

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม็ตช์เดย์ที่ 9 ผ่านพ้นไปเรียบร้อย โดยทีมงาน Siamsport ได้เลือก 11 ดาวเตะผลงานเยี่ยมมาให้ได้ติดตามกัน มีใครติดทีมกันบ้าง…

 

 

ผู้รักษาประตู : อูโก้ โยริส (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)
กัปตันคลับไก่ ยังรักษาผลงานได้ต่อเนื่องจากเกมกลางสัปดาห์กับ เรอัล มาดริด เกมนี้ โยริส โชว์ความแน่นอนให้เห็นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะจังหวะบินปัดลูกยิงของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และป้องกันลูกยิงโคนเสาของ เจมส์ มิลเนอร์ รวมไปถึงการเปิดเกมที่แม่นยำจนทำให้เกิดประตูที่สอง

 

 

แบ๊กขวา : ทอมมี่ สมิธ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)
รับมือกับความจี๊ดจ๊าดของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นเอาแข้งเลือดน้ำหอมไปไม่เป็นเลย สถิติเข้าปะทะสำเร็จ 7 จาก 8 ครั้งสูงที่สุดในเกมนี้, เคลียร์บอลอันตราย 8 ครั้ง และตัดบอล 2 ครั้ง

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)
ไอ้ยักษ์จากเมืองเบียร์ คือหัวใจในเกมรับของทีมเจ้าถิ่นเลย ชินด์เลอร์ เคลียร์บอลอันตรายสูงถึง 12 ครั้ง, ตัดบอล 3 ครั้ง, ชนะดวลลูกกลางอากาศ 4 ป้องกัน 5 ครั้ง และตามประกบ โรเมลู ลูกากู ได้ดีเลย

 

 

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : นิโกลัส โอตาเมนดี้ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
กองหลังร่างตัน แข็งแกร่ง ดุดัน สถิติชี้เข้าปะทะสำเร็จ 2 จาก 3 ครั้ง, เคลียร์บอลอันตราย 4 ครั้ง, ชนะดวลลูกโด่ง 4 ป้องกัน 3 ครั้ง และทำประตูได้ด้วยในเกมนี้

 

 

แบ๊กซ้าย : นาโช่ มอนเรอัล (อาร์เซนอล)
แม้จะเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟด้านซ้าย แต่ก็มีการสอดเติมเกมขึ้นไปให้เห็นเป็นครั้งคราว และ มอนเรอัล ก็กดประตูให้ทีมได้สำเร็จกับจังหวะลูกตีเสมอ 1-1 หันมามองสถิติกันซักนิดเจ้าตัวเข้าปะทะสำเร็จ 3 จาก 4 ครั้ง, เคลียร์บอลอันตราย 6 ครั้ง, ตัดบอล 2 ครั้ง และดวลลูกโด่งชนะ 2 ป้องกัน 5 ครั้ง

กองกลาง : อารอน มอย (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)
จอมทัพหัวใส คุมจังหวะเกมรุกได้น่าประทับใจ รวมถึงการลงมาช่วยเกมรับก็ทำได้ดี มอย เข้าปะทะสำเร็จ 2 จาก 4 ครั้ง, เคลียร์บอลอันตราย 2 ครั้ง, ตัดบอล 2 ครั้ง และจุดเริ่มต้นของประตูแรกก็มาจากเขาที่ตัดบอลได้จาก ฆวน มาต้า และยิงให้ทีมขึ้นนำก่อนจะเปิดรังเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบสุดเซอร์ไพร์ส 2-1

กองกลาง : อารอน แรมซีย์ (อาร์เซนอล)
เกมนี้ แรมซีย์ วิ่งไม่มีหมดจริงๆ แถมดุดันเสียด้วย เด่นกว่าคู่ขาของเขาอย่าง กรานิต ชาคา เป็นไหนๆ แถมทำได้ 1 ประตูพ่วง 1 แอสซิสต์ เป็นรางวัลสำหรับการทำงานหนักของห้องเครื่องชาวเวลส์

กองกลาง : อเล็กซิส ซานเชซ (อาร์เซนอล)
แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ประจำนัดนี้ อเล็กซิส ท็อปฟอร์มสุดๆ เล่นได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดทั้งแอสซิสต์ให้ เมซุต โอซิล และยิงปิดท้ายให้ อาร์เซนอล บุกยำ เอฟเวอร์ตัน 5-2

 

 

กองหน้า : เปโดร โรดริเกซ (เชลซี)
ตัวรุกสแปนิช เล่นได้ดีจริงๆ บอลออกจากเท้าของ เปโดร นั้นอย่างกับจับวาง ทั้งลูกยิงนอกกรอบสุดสวยที่ดูจะเป็นลูกเก่งของเจ้าตัว รวมไปถึงการเปิดบอลให้ มิตชี่ บัตชูอายี่ โขกประตูตีเสมอ 2-2 ก่อนเกมจะจบด้วยชัยชนะของ เชลซี ที่มีเหนือ วัตฟอร์ด 4-2

 

 

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)
ต้องใช้คำว่า “เวิลด์คลาส” ได้แล้วสำหรับหัวหอกรายนี้ หรือใครจะเถียง!?
เคน ไม่ใช่กองหน้าที่ปักหลักรอทำประตูเพียงอย่างเดียว เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้บอล และทำให้ทีมเล่นง่ายขึ้น แข็งแกร่ง จ่ายขาด คมกริบ และปั่นป่วนแนวรับหงส์แดงเสียจนประสาทหลอน ไม่เชื่อก็ลองถาม เดยัน ลอฟเรน ดูได้เลย
เกมนี้ “ปริ้นซ์แฮร์รี่” กดไปสองดอกส์บวก 1 แอสซิสต์ให้ สเปอร์ส เปิดรังกระซวก ลิเวอร์พูล 4-1 ส่งให้ตัวเองขึ้นไปนำเดี่ยวดาวซัลโวของลีกด้วยหลังจบแม็ตช์เดย์ที่ 9

 

 

กองหน้า : เลรอย ซาเน่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ซาเน่ ผลงานในลีกดีต่อเนื่อง ใช้ความเร็วกดดันแนวรับเบิร์นลีย์ได้ดีเยี่ยม เกมนี้เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 6 จาก 8 ครั้ง, ผ่านบอลสำเร็จ 77%, จ่ายลูกได้เสีย 2 ครั้ง, โอกาสยิง 2 ครั้งเป็น 1 ประตู และมี 1 แอสซิสต์กับการเปิดรังเอาชนะ เบิร์นลีย์ 3-0

ไม่จบไม่สิ้น! ฟานกัล ชี้ มู เดือดง่ายเกิน

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ ระบุ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด อารมณ์ร้อนง่ายเกินไป พร้อมชี้ วิธีที่ มูรินโญ่ ได้รับงานคุม “ปีศาจแดง” มันไม่สง่างามเลย

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือว่างงานชาวดัตช์ ตำหนิ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่าเป็นคนที่อารมณ์เดือดดาลง่ายเกินไป

มูรินโญ่ ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2016 แทนที่ ฟาน กัล ที่โดนปลดออกจากตำแหน่ง โดยนายใหญ่ชาวโปรตุกีสก็เปิดตัวได้สวยหลังพาทีมได้ทั้งแชมป์ ยูเอฟ่า ยูโรปา ลีก และ แคปปิตอล วัน คัพ ตั้งแต่ซีซั่นแรกของเขากับทีม

ฟาน กัล เผยว่า “วิธีที่เขาเข้ามาเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันไม่สง่างามเลย โดยรวมแล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่แย่หรอก เขาเองก็มีนิสัยเห็นใจคนอื่นเหมือนกัน และเขาเองก็เป็นอย่างนั้นสมัยเป็นผู้ช่วยของผมด้วย แต่เขาน่ะคุมอารมณ์ไม่อยู่บ่อยเกินไป”

“ผมมีความทรงจำและความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับสตาฟฟ์ (ของ แมนฯ ยูไนเต็ด) ส่วนแฟนบอลก็ยอดเยี่ยมมากตอนที่ผมคุม ยูไนเต็ด เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอของเราเคยสัญญาว่าจะให้ไวน์แดง ริเบยโร่ กับผม 6 ขวด ในทุกครั้งที่ผมพาทีมชนะ ลิเวอร์พูล สุดท้ายผมก็ชนะพวกเขา (ลิเวอร์พูล) ได้ 4 ครั้ง ดังนั้นผมเลยมีไวน์หลายขวดเลยทีเดียว” กุนซือว่างงานคนดัง ระบุ

7นักเตะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฮีโร่เกมแดงเดือด

ย้อนดู 7 แข้งที่หลายคนคงคิดว่าไม่น่าจะเป็นฮีโร่ในเกมแดงเดือดได้ โดยเฉพาะคนสุดท้ายที่เจ็บปวดสุดดันไปเป็นฮีโร่ให้กับคู่ปรับตัวฉกาจ

ลิเวอร์พูล จะเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคมนี้ และเชื่อว่า ครั้งนี้คงมีความดุเด็ดเผ็ดมันเหมือนกับทุกครั้งที่ทั้งสองทีมดวลกันมาในอดีต

ขณะที่ “เดอะ มิร์เรอร์” สื่อผู้ดี ได้รวบรวม 7 นักเตะที่ไม่น่าเชื่อว่า จะสามารถเป็นฮีโร่ในเกมแดงเดือดได้ไว้ดังนี้

1. นีล รัดด็อค (ลิเวอร์พูล) – 4 มกราคม 1994

 

 

ลิเวอร์พูล ต้องเป็นฝ่ายตามหลังถึง 0-3 ใน 25 นาทีแรก หลังทีมเยือนได้ประตูจาก สตีฟ บรูซ, ไรอัน กิ๊กส์ และ เดนิส เออร์วินอย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ไม่ยอมแพ้ หลัง ไนเจล คลัฟ ทำ 2 ประตูไล่มา ก่อนที่ นีล รัดด็อค กองหลังขาโหด จะมาโหม่งตีเสมอได้สำเร็จก่อนมาเวลา 11 นาที จบเกมเสมกันไป 3-3

2. ดีเอโก้ ฟอร์ลัน (แมนฯ ยูไนเต็ด) – 1 ธันวาคม 2002

 

 

ดาวยิงอุรุกวัย ต้องเจอปัญหาอย่างหนักทั้งฟอร์มแย่และยิงประตูไม่ได้ ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม “ปีศาจแดง” เมื่อเดือนมกราคม 2002อย่างไรก็ตาม ฟอร์ลัน ทำให้แฟนบอล ยูไนเต็ด หันมารักเขาได้ทันที หลังเก็บตกจากความผิดพลาดของ เจอร์ซี่ ดูเด็ด นายทวาร ลิเวอร์พูล เข้าไปยิงง่ายๆ ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมาจะซัดอีกลูก ส่งผลให้สุดท้าย “ปีศาจแดง” บุกชนะ 2-1

3. มิกกาแอล ซิลแวสต์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) – 20 กันยายน 2004

 

 

เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มีฮีโร่ที่ชื่อว่า มิกกาแอล ซิลแวสต์ หลังโหม่งทำ 2 ประตูให้ “ปีศาจแดง” ชนะ 2-1 เกมนี้มีอีก 1 ไฮไลต์คือการกลับมาลงสนามนัดแรกของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่โดนแบนยาวไป 8 เดือนเพราะไม่ยอมตรวจหาสารกระตุ้น

4. จอห์น โอเช (แมนฯ ยูไนเต็ด) – 3 มีนาคม 2007

 

 

แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 จากการทำประตูของ จอห์น โอเช ในนาทีสุดท้ายของเกม”ปีศาจแดง” ตกเป็นรองเหลือ 10 คน หลัง พอล สโคลส์ โดนไล่ออกก่อนหมดเวลา 5 นาที ทำให้ “หงส์แดง” หวังเก็บ 3 คะแนนเต็ม แต่สุดท้ายต้องมาโดนทีเด็ดของ โอเช

5. อันเดรีย ดอสเซน่า (ลิเวอร์พูล) – 14 มีนาคม 2009

 

 

โอเค ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียน อาจดูเหมือนไม่ใช่ฮีโร่ เพราะประตูที่เขาทำได้เป็นลูกตอกฝาโลง 4-1 อย่างไรก็ตาม แฟนบอล “หงส์แดง” ยังจดจำลูกยิงของเขาได้ เพราะกระดกบอลลอยโด่งข้ามหัว เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ มุดเสียบใต้คานอย่างงดงาม

6. ดาวิด เอ็นก็อก (ลิเวอร์พูล) – 25 ตุลาคม 2009

 

 

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 โดย เฟร์นานโด ตอร์เรส ยิงนำนาที 65 ก่อนที่ ดาวิด เอ็นก็อก จะมาซัดย้ำชัยในนาทีที่ 90+6

7. สุดท้ายคือ เจมี่ คาร์ราเกอร์ (ลิเวอร์พูล) – 11 กันยายน 1999

 

 

แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเฉือนหวิว ลิเวอร์พูล 3-2 โดยฮีโร่ของ “ปีศาจแดง” ต้องยกให้กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ไม่ต้องงงกันว่า ทำไมกองหลัง “หงส์แดง” ถึงกลายเป็นฮีโร่ของฝั่งทีมเยือน สาเหตุเป็นเพราะ คาร์ราเกอร์ ทำเข้าประตูตัวเองถึง 2 ลูกนั่นเอง

กุนรับเรือใบได้เมสซี่ร่วมทัพเป็นเรื่องยาก

เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับเป็นเรื่องยากของสโมสร “เรือใบสีฟ้า” สำหรับการเซ็นสัญญาคว้าตัว ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า บาร์เซโลน่า มาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ตัวเองก็อยากให้เพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนตินารายนี้ ย้ายมาเล่นด้วยกัน

สตาร์วัย 30 ปี เป็นตัวหลักของ บาร์ซ่า ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ โดย โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร “เจ้าบุญทุ่ม” อ้างหลายครั้งว่า เมสซี่ ตัดสินใจขยายสัญญาแล้ว ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ จึงมีข่าวลือต่างๆเกี่ยวกับอนาคตของ เมสซี่ และ อเกวโร่ หวังว่าเพื่อนรักของตัวเองจะย้ายมาเล่นร่วมกันในทีม แมนฯ ซิตี้

“เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับที่นี่ แต่ผมคิดว่า เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรพวกเขา และมันยากที่จะย้ายออกไป ผมอยากมี ลีโอ อยู่ในทีม แต่นั่นก็ไม่ง่ายสำหรับ แมนฯ ซิตี้” อเกวโร่ กล่าว

สำหรับ เมสซี่ เพิ่งโชว์ความสุดยอดอีกครั้งด้วยการซัดแฮตทริกในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นัดสุดท้าย ที่ อาร์เจนตินา ถล่ม เอกวาดอร์ 3-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และช่วยให้ประเทศบ้านเกิดผ่านเข้ารอบสุดท้ายในที่สุด

เวนเกอร์รับน่าสนหากบาร์ซ่าบู๊พรีเมียร์ลีก

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล ระบุ ถ้าเกิด บาร์เซโลน่า ย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก มันก็คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจพอตัว แต่ชี้ “อาซูลกราน่า” ไม่น่าจะทำถึงขนาดนั้น

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่ามันเป็นไอเดียที่น่าสนใจดีถ้าหาก บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน จะมาเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

แคว้นกาตาลุนญ่ากำลังมีประเด็นร้อนของการคิดที่จะแยกตัวจากประเทศสเปน ซึ่งมันก็ทำให้มีข่าวลือตามมาว่า บาร์เซโลน่า อาจจะไม่ได้เล่นใน ลา ลีกา ต่อไปด้วย โดยหลายฝ่ายก็คาดเดากันไปว่าหากเป็นอย่างนั้นแล้ว “อาซูลกราน่า” จะไปเล่นที่ไหนต่อ

เวนเกอร์ เผยว่า “ผมจะพยายามเรียนภาษากาตาลันเลย! ถ้าเกิด บาร์เซโลน่า อยากมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก จริงๆ แล้วล่ะก็ มันก็จะทำให้ทุกคนเจองานหนักขึ้น แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำถึงขั้นนั้นหรอก มันจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และจะมีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับด้านกีฬา เพราะ บาร์เซโลน่า เป็นสโมสรที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านการเมืองสูง”

“ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากกับการที่จะได้เห็นว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยายังไงกับการชิงแชมป์ ตอนนี้เรามีทีมในลีกมากพออยู่แล้วกับการมีทั้งหมด 20 ทีม แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มเป็น 24 ทีมแล้วล่ะก็ เราก็คงต้องเชิญทีมจากสกอตแลนด์มาร่วมลีกก่อนที่จะไปเชิญทีมจากสเปนอยู่ดีน่ะนะ” กุนซือชาวฝรั่งเศส ระบุ

ป็อกบาถอยไป!อาซาร์จ่อแซงค่าแรงแพงสุดพรีเมียร์ฯ

“สิงห์บลูส์” แสดงความใจป้ำสุดๆ เมื่อเตรียมสถาปนา เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ตัวกลั่น ให้ขึ้นแท่นนักเตะค่าแรงแพงสุดๆ ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปาดหน้า ปอล ป็อกบา แชมป์เก่าจากค่าย “ปีศาจแดง” ในเร็วๆ นี้

เอแด็น อาซาร์ กองกลางตัวรุก เชลซี แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี หลังได้ไฟเขียวจากต้นสังกัดในการที่จะมอบข้อตกลงดังกล่าวให้กับเจ้าตัวเมื่อกลับมาจากภารกิจรับใช้ทีมชาติเบลเยียมในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเมื่อรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ผ่านความเห็นพ้องต้องกันในบั้นปลาย

ซันเดย์ เอ็กซ์เพรส สื่อดังของอังกฤษ รายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่าตามข้อตกลงใหม่นั้น อาซาร์ จะได้รับค่าเหนื่อยมากมายมหาศาลถึงสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 13.8 ล้านบาท) เลยทีเดียว และหากลงเอยแบบนั้นกันจริงๆ ก็เท่ากับเป็นการดับความหวังของ เรอัล มาดริด แชมป์เก่า ลา ลีกา สเปน และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่หมายมั่นปั้นมือจะกระชากเจ้าตัวไปช่วยปั้นเกมรุกในอนาคตอันใกล้ไปเลยก็เป็นได้

มิดฟิลด์ตัวเก่ง “สิงห์บลูส์” วัย 26 ปี มีสัญญาผูกมัดในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปจนถึงปี 2020 โดยปัจจุบันรับค่าแรงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 10.12 ล้านบาท) แต่หากลงนามในสัญญาฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีรายได้มากกว่า ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เต็งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ที่ได้รับอยู่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 13.34 ล้านบาท) ไปโดยปริยาย